เล่มที่ 26

พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นทรงแสดงการพิจารณาอรหัตผล และธรรมเป็น...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 196


เนื้อหา

บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้า ครั้นทรงแสดงการพิจารณาอรหัตผล และธรรมเป็นเครื่องอยู่เป็นนิจแล้วจึงกลับเทศนาอีก. ถามว่า พระผู้มี พระภาคเจ้า ไม่ทรงกระทำอย่างนั้น แต่ทรงถือเอาคำว่า อวิชฺชาคโต บุคคลตกอยู่ในอวิชชานี้ เพราะเหตุไร. ตอบว่า ทรงถือเอาเพื่อทรง แสดงวัฏทุกข์อันพระขีณาสพก้าวล่วงแล้ว. อีกอย่างหนึ่ง เมื่อ พระผู้มี พระภาคเจ้า ทรงปรารภวัฏฏะตรัสถึงวิวัฏฏะ (พระนิพพาน) อยู่ ก็จะ มีสัตว์ผู้จะตรัสรู้อยู่ในเรื่องนี้. พึงทราบว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงถือ เอาคำนี้ด้วยอำนาจอัธยาศัยของสัตว์นั้น. ในพระบาลีนั้น บทว่า อวิชฺชาคโต ตกอยู่ในอวิชชา ได้แก่ เข้าถึง คือ ประกอบด้วยอวิชชา. บทว่า ปุริสปุคฺคโล บุรุษบุคคล ได้แก่ บุคคลคือบุรุษ พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสสมมติกถา ด้วยคำทั้งสองนั้น. ก็พระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงมีกถา (การกล่าว) อยู่ ๒ อย่าง คือ สมมติกถา ๑ ปรมัตถกถา ๑. ใน กถาทั้ง ๒ นั้น กถาที่เป็นไปอย่างนั้นคือ สัตว์ นระ ปุริสะ ปุคคละ ติสสะ นาคะ ชื่อว่า สมมติกถา. กถาที่เป็นไปอย่างนี้คือ ขันธ์ทั้งหลาย ธาตุทั้งหลาย อายตนะทั้งหลาย ชื่อว่า ปรมัตถกถา. พระพุทธเจ้า ทั้งหลาย เมื่อจะทรงกล่าวปรมัตถกถา ย่อมทรงกล่าวไม่ทิ้งสมมติทีเดียว. พระพุทธเจ้าเหล่านั้น เมื่อทรงกล่าวสมมติก็ดี เมื่อทรงกล่าวปรมัตถ์ก็ดี ย่อมทรงกล่าวเรื่องจริงเท่านั้น. ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า จึงตรัสว่า "พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ประเสริฐเมื่อจะตรัส (เรื่องใด ๆ) ได้ตรัสสัจจะ (ความจริง) ๒ คือ สมมติสัจจะ ๑ ปรมัตถสัจจะ ๑. ใคร ๆ ย่อมไม่ได้ สัจจะที่ ๓ (เพราะไม่มี). การกล่าวถึงสิ่งที่รู้ ชื่อ สมมติสัจจะ เพราะเหตุที่เป็นโลกสมมติ (สิ่งที่ ชาวโลกรู้). ส่วนการกล่าวถึงประโยชน์ อย่างยิ่ง อันเป็นลักษณะจริงของธรรมทั้งหลาย ชื่อปรมัตถ- สัจจะ" บทว่า ปุญฺญฺเจ สงฺขารํ ถ้าสังขารเป็นบุญ ได้แก่ ปุญญาภิสังขาร อันต่างด้วยเจตนา ๑๓. บทว่า อภิสงฺขโรติ ปรุงแต่ง ได้แก่ กระทำ. ข้อว่า ปุญฺญูปคํ โหติ วิญฺาณํ วิญญาณย่อมเข้าถึงบุญ ได้แก่ กัมม- วิญญาณย่อมเข้าถึง คือ ประกอบพร้อมด้วยกุศลกรรม. แม้วิปากวิญญาณ ก็ย่อมเข้าถึง คือประกอบพร้อมด้วยกุศลวิบาก. บทว่า อปุญฺญฺเจ สงฺขารํ ถ้าสังขารที่เป็นบาป" ได้แก่ อปุญญาภิสังขารอันต่างด้วยเจตนา ๑๒. บทว่า อาเนญฺชญฺเจ สงฺขารํ ถ้าสังขารที่เป็นอเนญชา ได้แก่ อเนญชา- ภิสังขารอันต่างด้วยเจตนา ๔. บทว่า อาเนญฺชูปคํ โหติ วิญฺาณํ วิญญาณย่อมเข้าถึงอเนญชา ได้แก่ กัมมวิญญาณย่อมเข้าถึง คือ ประกอบ พร้อมด้วยกรรมที่เป็นอเนญชา วิปากวิญญาณย่อมเข้าถึง ด้วยวิบากที่ เป็นอเนญชา. ปัจจยาการซึ่งมี ๑๒ บท ย่อมเป็นอัน พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงถือเอาแล้วแล เพราะค่าที่ได้ทรงถือเอากัมมาภิสังขาร ๓ ในพระสูตร นี้. วัฏฏะเป็นอันทรงแสดงแล้วด้วยข้อความเพียงเท่านี้.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน