เล่มที่ 26
พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสอย่างนี้แล้ว โลกายติก- พราหมณ์ได้กราบ...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 184
เนื้อหา
เมื่อ พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสอย่างนี้แล้ว โลกายติก- พราหมณ์ได้กราบทูล พระผู้มีพระภาคเจ้า ว่า ข้าแต่ พระโคดม ผู้เจริญ พระธรรมเทศนาแจ่มแจ้งยิ่งนัก ข้าแต่ พระโคดม ผู้เจริญ พระธรรมเทศนา แจ่มแจ้งยิ่งนัก ข้าแต่ พระโคดม ผู้เจริญ เปรียบเหมือนบุคคลหงายของ ที่คว่ำ เปิดของที่ปิด บอกทางให้แก่คนหลงทาง หรือตามประทีปไว้ใน ที่มืด ด้วยหวังว่า คนมีจักษุจักเห็นรูปดังนี้ ฉันใด พระองค์ทรงประกาศ ธรรมโดยอเนกปริยาย ฉันนั้นเหมือนกัน ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระ- องค์นี้ขอถึงท่าน พระโคดม กับทั้งพระธรรมและภิกษุสงฆ์ว่าเป็นสรณะ ขอ ท่านพระโคดมผู้เจริญ จงทรงจำข้าพระองค์ว่าเป็นอุบาสกผู้ถึงสรณะ ตลอดชีวิต ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป. จบโลกายติกสูตรที่ ๘ ใน โลกายติกสูตรที่ ๘ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้. บทว่า โลกายติโก ได้แก่ผู้กระทำความคุ้นเคยในทิฏฐิว่าด้วยความ สืบต่อแห่งโลก อันหมู่ชนผู้คุ้นเคยกันคุยกันเล่นสนุก ๆ. บทว่า เชฏฺเมตํ โลกายตํ ได้แก่ ทิฏฐิว่าด้วยความสืบต่อแห่งโลกข้อที่ ๑. บทว่า โลกายตํ ได้แก่ ความสืบต่อแห่งโลกนั่นเอง คือความสืบต่อแห่งโลกพาลปุถุชน ได้แก่ทิฏฐิว่ามีเล็กน้อย อันบุคคลเข้าไปทรงจำว่าใหญ่ว่าลึก. ด้วยบทว่า เอกตฺตํ นี้ พราหมณ์ชื่อ ชาณุสโสณี ถามถึงสิ่งที่มีสภาพเป็นอย่างเดียว กันว่า เป็นสิ่งที่เที่ยงนั่นเอง. ด้วยบทว่า ปุถุตฺตํ ชาณุสโสณีพราหมณ์ถาม ถึงสภาพที่ต่างจากภาพก่อน หมายเอาความขาดสูญว่า สิ่งทั้งปวงมีโดย ภาวะเป็นเทวดาและมนุษย์เป็นต้นก่อน แต่ภายหลังย่อมไม่มีอีก. ในพระ สูตรนี้ พึงทราบสัสตทิฏฐิ ๒ คือ สิ่งทั้งปวงมีอยู่ ๑. สิ่งทั้งปวงมีสภาวะ เป็นอย่างเดียวกัน ๑. พึงทราบอุจเฉททิฏฐิ ๒ คือ สิ่งทั้งปวงไม่มี ๑ สิ่ง ทั้งปวงมีสภาวะต่างกัน ๑ ด้วยประการฉะนี้.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน