เล่มที่ 26
บ่อเล็ก ชื่อว่า กุสุพภะ
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 109
เนื้อหา
บ่อเล็ก ชื่อว่า กุสุพภะ. บ่อใหญ่ ชื่อว่า มหากุสุพภะ. แม่น้ำใหญ่ มีคงคา ยมุนา เป็นต้น ชื่อว่า มหานที. ในบทว่า เอวเมว โข ภิกฺขเว อวิชฺชูปนิสา สงฺขารา เป็นต้น มีวินิจฉัย ดังนี้. พึงเห็น อวิชชาว่าเหมือนภูเขา อภิสังขารทั้งหลายว่าเหมือนเมฆ วัฏฏะมีวิญญาณ เป็นต้นว่าเหมือนแก่งน้ำ วิมุตติว่าเหมือนสาคร. ฝนตกบนยอดภูเขา ก็ ทำแก่งภูเขาให้เต็ม ทำสาครคือมหาสมุทรให้เต็มตามลำดับ ฉันใด ก่อนอื่นพึงทราบถึงการตกแห่งเมฆคืออภิสังขาร บนยอดภูเขาคืออวิชชาก็ ฉันนั้น. แท้จริง ปุถุชนผู้เขลา ไม่ได้สดับ เป็นผู้ไม่รู้เพราะอวิชชา กระทำความปรารถนาเพราะตัณหา ย่อมสร้างกรรมที่เป็นกุศลและอกุศล. กรรมที่เป็นกุศลและอกุศลนั้น ก็เป็นปัจจัยแก่ปฏิสนธิวิญญาณ. ปฏิสนธิ- วิญญาณเป็นต้น ก็เป็นปัจจัยแก่นามรูปเป็นต้น. เวลาที่เมฆคืออภิสังขาร ตกลงบนยอดภูเขาคืออวิชชา ทำวัฏฏะมีวิญญาณเป็นต้น ให้เต็มตามลำดับ ตั้งอยู่ เพราะเป็นปัจจัยสืบต่อกันไป ก็เหมือนเวลาที่ฝนตกบนยอดภูเขา ทำแก่งภูเขาให้เต็มแล้วก็ตั้งจดมหาสมุทร. แต่พระพุทธวจนะ แม้ท่านไม่ ถือเอาในพระบาลี ก็พึงทราบว่า ท่านถือเอาไว้แล้วเหมือนกัน โดยอำนาจ พระบาลีนี้ว่า อิธ ตถาคโต โลเก อุปฺปชฺชติ อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชติ พระตถาคตเกิดขึ้นในโลกนี้ เสด็จออกผนวชจากเรือน ไม่ มีเรือน ดังนี้ ก็ความบังเกิดในเรือนแห่งตระกูล ของพระตถาคตนั้น ชื่อว่า ชาติ ที่มีการกระทำต่าง ๆ ร่วมกัน เพราะมีกรรมภพเป็นปัจจัย. บุคคลอาศัยความพร้อมหน้าของพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อน ๆ หรือพระ พุทธสาวก ฟังธรรมกถา ที่นำมาโดยลักษณะอันแสดงถึงโทษของวัฏฏะ ย่อมเป็นอันถูกเบียดเบียน ด้วยอำนาจวัฏฏะ. ชาติย่อมเป็นปัจจัยแก่ วัฏทุกข์. ขันธ์ทั้งหลาย ที่มีการกระทำต่าง ๆ ย่อมมีแก่บุคคลนั้นด้วย อาการอย่างนี้. ชาติเป็นปัจจัยแก่วัฏทุกข์ บุคคลนั้นถูกวัฏทุกข์เบียดเบียน ทำศรัทธาให้เกิดในภพต่อ ๆไป ก็ออกจากเรือนบวชไม่มีเรือน. วัฏทุกข์ เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาในภพต่อ ๆ ไป ของบุคคลนั้น ด้วยประการฉะนี้. บุคคลนั้น ไม่สันโดษด้วยเหตุเพียงบรรพชาเท่านั้น ยังถือนิสัยในเวลา พรรษาไม่ครบ ๕ บำเพ็ญวัตรปฏิบัติ ทำมาติกาทั้งสองให้คล่องแคล่วแล้ว เรียนกรรมและมิใช่กรรม สะสางให้หายรกจนถึงพระอรหัต ถือกัมมัฏฐาน ไปอยู่ป่า เริ่มการงานในปฐวีกสิณเป็นต้น. บุคคลนั้นอาศัยกัมมัฏฐาน ก็เกิดปีติที่มีกำลังอ่อนๆ เขาอาศัยปีตินั้น ก็เกิดปราโมทย์ ปราโมทย์นั้น ก็เป็นปัจจัยแก่ปีติที่มีกำลัง. ปีติที่มีกำลัง ก็เป็นปัจจัยแก่ปัสสัทธิ ระงับ ความกระวนกระวาย. ปัสสัทธินั้น ก็เป็นปัจจัยแก่สุขส่วนเบื้องต้นแห่ง อัปปนาสมาธิ สุขนั้นก็เป็นปัจจัยแก่สมาธิที่มีฌานเป็นบาท. บุคคลนั้น ทำสุขนั้นที่พรั่งพร้อมให้เกิดด้วยสมาธิ ก็ทำการงานด้วยวิปัสสนาอย่าง อ่อน. สมาธิที่มีฌานเป็นบาทของเขา ก็เป็นปัจจัยแก่วิปัสสนาที่มีกำลัง อ่อน. วิปัสสนาที่มีกำลังอ่อน ก็เป็นปัจจัยแก่วิปัสสนาที่มีกำลัง. วิปัสสนา ที่มีกำลัง ก็เป็นปัจจัยแก่มรรค. มรรคก็เป็นปัจจัยแก่ผลวิมุตติ. ผลวิมุตติ ก็เป็นปัจจัยแก่ปัจจเวกขณญาณ. พึงทราบว่า เวลาที่พระขีณาสพ ทำสาคร คือวิมุตติให้เต็มแล้วดำรงอยู่ ก็เหมือนเวลาที่ฝนทำสาครให้เต็มโดยลำดับ ตั้งอยู่ ด้วยประการฉะนี้.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน