เล่มที่ 26

ตอบว่า ทรงรู้ฐานะและอฐานะ เป็นต้น ตามเป็นจริง

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 96


เนื้อหา

ตอบว่า ทรงรู้ฐานะและอฐานะ เป็นต้น ตามเป็นจริง. คือ ทรงรู้ฐานะโดยเป็นฐานะ และอฐานะโดยเป็นอฐานะ ๑ ทรงรู้วิบาก ของกรรมสมาทาน ทั้งอดีตอนาคตและปัจจุบัน โดยฐานะ โดยเหตุ ตามเป็นจริง ๑ ทรงรู้ข้อปฏิบัติที่ดำเนินไปในฐานะทั้งปวง ๑ ทรงรู้ โลกโดยเป็นอเนกธาตุ และนานาธาตุ ๑ ฯลฯ ทรงรู้อธิมุตติอัธยาศัย ของสัตว์ทั้งหลาย ๑ ทรงรู้อินทรีย์ของสัตว์เหล่านั้นว่ายิ่งและหย่อน ๑ ทรงรู้ความเศร้าหมองผ่องแผ้วและออกของฌาน วิโมกข์ สมาธิและ สมาบัติ ๑ ทรงรู้ขันธ์ที่เคยอาศัยในปางก่อนของสัตว์เหล่านั้น ๑ ทรงรู้ จุติและอุปบัติของสัตว์ทั้งหลาย ๑ ทรงรู้ธรรมเป็นที่สิ้นอาสวะ ๑. ส่วนในอภิธรรม มาโดยพิสดาร โดยนัยว่า ในโลกนี้พระตถาคต ทรงทราบชัดตามเป็นจริง ซึ่งฐานะโดยเป็นฐานะ และซึ่งอฐานะโดยเป็น อฐานะ แม้ข้อที่พระตถาคตทรงทราบชัดตามเป็นจริง ซึ่งฐานะโดย เป็นฐานะ และซึ่งอฐานะโดยเป็นอฐานะ ก็จัดเป็นตถาคตพละของ พระตถาคต. พระตถาคตทรงอาศัยพละใด ปฏิญาณฐานะอันประเสริฐสุด บันลือสีหนาทประกาศพรหมจักรในบริษัททั้งหลาย ดังนี้เป็นต้น. แม้ กถาพรรณนาความท่านกล่าวแล้วโดยอาการทุกอย่างของพละเหล่านั้นไว้ ในอรรถกถาวิภังค์ และปปัญจสูทนี อรรถกถามัชฌิมนิกาย. กถา พรรณนาความนั้น ก็พึงถือเอาตามนัยที่ท่านกล่าวไว้แล้วในอรรถกถา เหล่านั้น. ญาณอันเป็นปฏิปักษ์ต่อความขลาดกลัว ชื่อว่า เวสารัชญาณ ในคำว่า จตุหิ จ เวสารชฺเชหิ คำนี้เป็นชื่อของพระญาณที่สำเร็จด้วย โสมนัส ซึ่งเกิดขึ้นแก่พระตถาคตผู้ทรงพิจารณาเห็นความเป็นผู้องอาจใน ฐานะทั้ง ๔. ในฐานะทั้ง ๔ เป็นไฉน. คือในเรื่องทักท้วงมีว่า เมื่อ ท่านปฏิญาณว่าเป็นพระสัมมาสัมพุทธะ ธรรมเหล่านี้ท่านก็มิได้ตรัสรู้ยิ่ง เองแล้ว ดังนี้เป็นต้น. ในข้อนั้นมีบาลีดังนี้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เวสารัชญาณ ๔ เหล่านี้ ๔ เหล่านี้เป็นไฉน. ๔ เหล่านี้คือ ใคร ๆ ในโลก ไม่ว่าสมณพราหมณ์ เทวดา มาร พรหม จักทักท้วงเราโดย สหธรรม ในข้อที่ว่า เมื่อท่านปฏิญาณว่าเป็นพระสัมมาสัมพุทธะ ธรรม เหล่านี้ท่านก็มิได้ตรัสรู้ยิ่งเองแล้ว ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราไม่เห็นนิมิต แม้ข้อนี้เลย เราเมื่อไม่เห็นนิมิตนั้น จึงเป็นผู้ถึงความเกษม ถึงความ ไม่กลัว ถึงความเป็นผู้องอาจอยู่ ใคร ๆ ในโลกนี้ ฯ ล ฯ ทักท้วงเรา ในข้อที่ว่า เมื่อท่านปฏิญาณว่าเป็นขีณาสพ อาสวะเหล่านี้ของท่านก็ยัง ไม่สิ้นแล้ว ฯ ล ฯ ธรรมที่ท่านกล่าวว่า ทำอันตราย ก็ไม่อาจทำอันตราย แก่ผู้เสพได้จริง ฯ ล ฯ ธรรมที่ท่านแสดงเพื่อประโยชน์แก่ผู้ใด ก็ไม่นำ ผู้นั้น ซึ่งปฏิบัติตามธรรมนั้น ให้สิ้นทุกข์โดยชอบได้จริง. ฯลฯ เรา เมื่อไม่เห็นนิมิตนั้น จึงเป็นผู้ถึงความเกษม ถึงความไม่กลัว ถึงความ เป็นผู้องอาจอยู่ ดังนี้. บทว่า อาสภณฺ€านํ ได้แก่ฐานะอันประเสริฐ สุด ฐานะอันสูงสุด หรือฐานะของพระพุทธเจ้าทั้งหลายองค์ก่อน ๆ ผู้ ประเสริฐ อธิบายว่า ฐานะของพระพุทธเจ้าเหล่านั้น. อีกนัยหนึ่ง จ่าฝูงโค ๑๐๐ ตัว ชื่อว่า อุสภะ จ่าฝูงโค ๑,๐๐๐ ตัว ชื่อว่า วสภะ. หรือว่า หัวหน้าโค ๑๐๐ คอก ชื่อว่า อุสภะ.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน