เล่มที่ 26
ก็เมื่อบุคคลแม้จะพิจารณา เห็น คือพิจารณาเห็นความไม่ขาดสูญแห่...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 65
เนื้อหา
อีกอย่างหนึ่ง บทว่า โลกสมุทยํ ได้แก่ปัจจยาการโดยอนุโลม. บทว่า โลกนิโรธํ ได้แก่ปัจจยาการฝ่ายปฏิโลม. ก็เมื่อบุคคลแม้จะพิจารณา เห็น คือพิจารณาเห็นความไม่ขาดสูญแห่งธรรมที่อาศัยปัจจัยเกิดขึ้น เพราะความไม่ขาดสูญแห่งปัจจัยทั้งหลาย อุจเฉททิฏฐิที่ว่าไม่มี จะพึงเกิด ขึ้น ย่อมไม่มี. เมื่อบุคคลพิจารณาเห็นความดับแห่งปัจจัย คือพิจารณา เห็นความดับแห่งธรรมที่อาศัยปัจจัยเกิดขึ้น เพราะปัจจัยดับ สัสสตทิฏฐิ ที่ว่ามีอยู่ จะพึงเกิดขึ้น ก็จะไม่มี ความในข้อนี้มีดังกล่าวมานี้. ความผูกพันกันด้วยอุบาย อุปาทาน และอภินิเวส ชื่อว่า อุปายุ- ปาทานาภินิเวสวินิพันโธ ในบทเหล่านั้น บทว่า อุปาทาย ๑ ได้แก่อุบายมี ๒ อย่าง คือ ตัณหาอุบาย และทิฏฐิอุบาย. นัยแม้ในอุปาทาน เป็นต้น ก็เหมือนกันนี้. ก็ตัณหาและทิฏฐิ ท่านเรียกว่า อุบาย เพราะเข้าถึง คือเข้าไปถึงธรรมอันเป็นไปในภูมิ ๓ โดยอาการเป็นต้นว่า เรา ว่า ของเรา. อนึ่ง ท่านว่า อุปาทาน และอภินิเวส เพราะถือมั่นและยึดมั่น ธรรมเหล่านั้น. ก็โลกนี้ ถูกตัณหาและทิฏฐิเหล่านั้นผูกพันไว้ เพราะ เหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า อุปาขุปาทานาภินิเวสวินิพนฺโธ. บทว่า ตญฺจายํ ได้แก่ก่พระอริยสาวกนี้เข้าไปยึดถืออุบายและ อุปาทานนั้น. บทว่า เจตโส อธิฏฺานํ ได้แก่เป็นที่ตั้งมั่นแห่งจิต. บทว่า อภินิเวสานุสยํ ได้แก่อันเป็นอภินิเวสและอนุสัย. เพราะ อกุศลจิตย่อมตั้งอยู่ในตัณหาและทิฏฐิ และตัณหาและทิฏฐิก็ตั้งมั่น และ นอนเนื่องในอกุศลจิตนั้น เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวธรรมทั้งสอง ประการนั้นว่า เป็นที่ตั้งมั่นและเป็นที่ยึดมั่นและนอนเนื่องแห่งจิต. บทว่า น อุเปตี ได้แก่ไม่เข้าถึง. บทว่า น อุปาทิยติ ได้แก่ไม่ยึดถือ. บทว่า นาธิฏฺาติ ได้แก่ไม่ตั้งมั่นว่า อะไรเป็นตัวตนของเรา. บทว่า ทุกฺขเมว ได้แก่เพียงอุปาทานขันธ์ ๕ เท่านั้น. บทว่า น กงฺขติ ได้แก่ ไม่ทำความสงสัยว่า ความทุกข์นั่นแล ย่อมเกิดขึ้น ความทุกข์ ย่อมดับไป. ขึ้นชื่อว่า สัตว์อื่นในโลกนี้ไม่มี. บทว่า น วิจิกิจฺฉติ ได้แก่ไม่ให้ความลังเลใจเกิดขึ้น.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน