เล่มที่ 26

อรรถกถาทุติยสมณพราหมณสูตรที่ ๔ ใน ทุติยสมณพราหมณสูตรที่ ๔ พึ...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: พระสูตร ลำดับที่: 63


เนื้อหา

อรรถกถาทุติยสมณพราหมณสูตรที่ ๔ ใน ทุติยสมณพราหมณสูตรที่ ๔ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้. พระองค์ตรัสว่า อิเม ธมฺเม นปฺปชานนฺติ เป็นต้น ตาม อัธยาศัยของบุคคลผู้ที่สามารถจะแทงตลอดเทศนาที่ตรัสให้เนิ่นช้ามีประมาณ เท่านี้ ด้วยคำว่า อิเม กตเม ธมฺเม ดังนี้. คำที่เหลือก็เหมือน ก่อนนั่นเอง. จบอรรถกถาทุติยสมณพราหมณสูตรที่ ๔ ว่าด้วยพระกัจจานโคตต์ทูลถามสัมมาทิฏฐิ พระผู้มีพระภาคเจ้า ประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม ของท่าน อนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวัตถี. ครั้งนั้นแล ท่าน พระ กัจจานโคตต์ เข้าไปเฝ้า พระผู้มีพระภาคเจ้า ถึงที่ประทับ ครั้นแล้วถวาย บังคม พระผู้มีพระภาคเจ้า นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง แล้วได้กราบทูล พระผู้มีพระภาคเจ้า พระพุทธเจ้าข้า ที่เรียกว่า สัมมาทิฏฐิ สัมมา- ทิฏฐิ ดังนี้ ด้วยเหตุเพียงเท่าไรหนอ จึงจะชื่อว่า สัมมาทิฏฐิ. พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ตรัสว่า ดูก่อน กัจจานะ โลกนี้ โดยมากอาศัยส่วน ๒ อย่าง คือ ความมี ๑ ๑ ความไม่มี ๒ ๑ ก็เมื่อบุคคล เห็นความเกิดแห่งโลกด้วยปัญญาอันชอบตามเป็นจริงแล้ว ความไม่มีใน โลก ย่อมไม่มี เมื่อบุคคลเห็นความดับแห่งโลกด้วยปัญญาอันชอบตาม เป็นจริงแล้ว ความมีในโลก ย่อมไม่มี โลกนี้โดยมากยังพัวพันด้วย อุบาย อุปาทาน และอภินิเวส แต่พระอริยสาวก ย่อมไม่เข้าถึง ไม่ถือมั่น ไม่ตั้งไว้ซึ่งอุบายและอุปาทานนั้น อันเป็นอภินิเวสและอนุสัยอันเป็น ที่ตั้งมั่นแห่งจิตว่า อัตตาของเรา ดังนี้ ย่อมไม่เคลือบแคลงสงสัยว่าทุกข์ นั่นแหละ เมื่อบังเกิดขึ้น ย่อมบังเกิดขึ้น ทุกข์เมื่อดับย่อมดับ พระ อริยสาวกนั้นมีญาณหยั่งรู้ในเรื่องนี้โดยไม่ต้องเชื่อผู้อื่นเลย ด้วยเหตุเพียง เท่านี้แลกัจจานะ จึงชื่อว่าสัมมาทิฏฐิ.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน