เล่มที่ 23

พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสกะภิกษุเหล่านั้นแม้ในวาระที่ ๒ ดังน...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 110


เนื้อหา

พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสกะภิกษุเหล่านั้นแม้ในวาระที่ ๒ ดังนี้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อย่าเลย อย่าขัดใจ อย่าทะเลาะ อย่าแก่งแย่ง อย่าวิวาทกันเลย ภิกษุรูปนั้นก็ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้า แม้ในวาระที่ ๒ ดังนี้ว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เป็นเจ้าของธรรม ทรงยับยั้งก่อน ขอได้โปรดทรงเป็นผู้ขวนขวายน้อย ทรงประกอบเนือง ๆ แต่สุขวิหารธรรมในปัจจุบันอยู่เถิด พวกข้าพระองค์ยังจักปรากฏอยู่ด้วยการ ขัดใจ ทะเลาะ แก่งแย่ง วิวาทกันเช่นนี้. พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสกะภิกษุเหล่านั้นแม้ในวาระที่ ๓ ดังนี้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อย่าเลย อย่าขัดใจ อย่าทะเลาะ อย่าแก่งแย่ง อย่าวิวาทกันเลย ภิกษุรูปนั้นก็ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าแม้ในวาระที่ ๓ ดังนี้ว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เป็นเจ้าของธรรม ทรงยับยั้งก่อน ขอได้โปรดทรงเป็นผู้ขวนขวายน้อย ทรงประกอบเนือง ๆ แต่สุขวิหารธรรมในปัจจุบันอยู่เถิด พวกข้าพระองค์ยังจักปรากฏอยู่ด้วยการ ขัดใจ ทะเลาะแก่งแย่ง วิวาทกันเช่นนี้. ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงนุ่งสบง ทรงบาตร จีวรเสด็จเข้าไปบิณฑบาตยังกรุงโกสัมพีในเวลาเช้า ครั้นเสด็จกลับจาก บิณฑบาต ภายหลังเวลาพระกระยาหารแล้ว ทรงเก็บเสนาสนะ กำลังประทับ ยืนอยู่นั่นแหละ ได้ตรัสพระคาถา ดังนี้ว่า ภิกษุมีเสียงดังเสมอกัน ไม่มีใคร ๆ สำคัญตัวว่าเป็นพาล เมื่อสงฆ์แตกกัน ต่างก็มิได้สำคัญตัวกันเองให้ยิ่ง พวกที่ เป็นบัณฑิต ก็พากันหลงลืม มีปากพูด ก็มีแต่ตำพูดเป็นอารมณ์พูดไป เท่าที่ ปรารถนาแสดงฝีปาก ไม่รู้เหตุที่ตนนำไป ก็ชนเหล่าใดผูกโกรธเขาว่า คนโน้นได้ ด่าเรา คนโน้นได้ประหารเรา คนโน้น ได้ชนะเรา คนโน้นได้ลักของของเรา เวรของตนเหล่านั้น ย่อมไม่สงบ ส่วนชน เหล่าใดไม่ผูกโกรธเขาว่า คนโน้นได้ด่า เรา คนโน้นได้ประหารเรา ตนโน้นได้ ชนะเรา คนโน้นได้ลักของของเรา เวร ของชนเหล่านั้น ย่อมเข้าไปสงบได้ เวรใน โลกนี้ ย่อมไม่ระงับได้ด้วยเวรเลย ใน กาลไหน ๆ แต่จะระงับได้ด้วยไม่มีเวรกัน นี้เป็นธรรมดามีมาเก่าแก่ ก็คนพวกอื่น ย่อมไม่รู่สึกว่า พวกเราจะย่อยยับในที่นี้ แต่ชนเหล่าใดที่นั้นรู้สึก ความมุ่งร้าย กัน ย่อมสงบแต่ชนเหล่านั้นได้ คนพวกอื่น ตัดกระดูกกัน ผลาญชีวิตกัน ลักโค ม้า ทรัพย์กัน แม้ชิงแว่นแคว้นกัน ยังมีคืนดี กันได้ เหตุไร พวกเธอจึงไม่มีเล่า ถ้าบุคคล ได้สหายที่มีปัญญารักษาตัวร่วมทางจร เป็นนักปราชญ์ มีปกติให้สำเร็จประโยชน์ อยู่ คุ้มอันตรายทั้งปวงได้ พึงชื่นชมมี สติเที่ยวไปกับสหายนั้นเถิด ถ้าไม่ได้สหาย ที่มีปัญญารักษาตัวร่วมทางจร เป็นนัก- ปราชญ์ มีปกติให้สำเร็จประโยชน์อยู่ พึงเป็นผู้ผู้เดียวเที่ยวไป เหมือนพระราชา ที่ทรงสละราชสมบัติ และเหมือนช้างมา- ตังคะในป่า ฉะนั้น การเที่ยวไปคนเดียว ประเสริฐกว่า เพราะความเป็นสหายกันใน คนพาลไม่มี พึงเป็นผู้ผู้เดียวเที่ยวไป และ ไม่พึงทำบาป เหมือนช้างมาตังคะมีความ ขวนขวายน้อยในป่าฉะนั้น.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน