เล่มที่ 21
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอย่างนี้แล้ว วาเสฏฐมาณพและ ภารทวาชมาณพ...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 361
เนื้อหา
เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอย่างนี้แล้ว วาเสฏฐมาณพและ ภารทวาชมาณพ ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญภาษิตของพระองค์ แจ่มแจ้งนัก พระองค์ทรงประกาศธรรมโดยอเนกปริยาย เปรียบเหมือนหงาย ของที่คว่ำ เปิดของที่ปิด บอกทางให้แก่คนหลงทาง หรือตามประทีปไว้ใน ที่มืดด้วยหวังว่า ผู้มีจักษุจะได้เห็นรูปได้ ฉะนั้น ข้าพระองค์ทั้งสองนี้ ขอถึงพระโคดมผู้เจริญกับทั้งพระธรรมและพระภิกษุสงฆ์ว่าเป็นสรณะ ขอ พระองค์โปรดทรงจำข้าพระองค์ทั้งสองว่าเป็นอุบาสก ผู้ถึงสรณะตลอดชีวิต ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฉะนี้แล. ว่าเสฏฐสูตรขึ้นต้นว่า ข้าพเจ้าได้สดับนาแล้วอย่างนี้ :- บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ในราวป่าชื่ออิจฉานังคละ คือในราว ป่าอันไม่ไกลอิจฉานังคลคาม. ชนแม้ทั้ง ๕ มีจังกีพราหมณ์เป็นต้น ต่างก็เป็น ปุโรหิตของพระเจ้าปเสนทิโกศล ด้วยกันทั้งนั้น. คำว่า และพราหมณ์มหา- ศาลเหล่าอื่น ที่มีชื่อเสียง ได้แก่ พราหมณ์เหล่าอื่นเป็นอันมากมีชื่อเสียง ได้ยินว่า พราหมณ์เหล่านั้นประชุมกันในที่ ๒ แห่งทุก ๆ ๖ เดือน. ในกาลใด ต้องการจะชำระชาติให้บริสุทธิ์ ในกาลนั้นก็ประชุมกันที่อุกกัฏฐคามเพื่อชำระ ชาติให้บริสุทธิ์ ในสำนักของท่านโปกขรสาติ. ในกาลใดต้องการจะชำระมนต์ ให้บริสุทธิ์ ในกาลนั้นก็ประชุมกันที่อิจฉานังคลคาม. ในกาลนี้ ประชุมกันที่ อิจฉานังคลคามนั้นเพื่อชำระมนต์ให้บริสุทธิ์. บทว่า ถ้อยคำที่พูดกันใน ระหว่าง ความว่า มีถ้อยคำอย่างอื่นเกิดขึ้นในระหว่างถ้อยคำที่เหมาะต่อ ความเป็นสหายกัน ที่คน ๒ คนเที่ยวเดินกล่าวตาม ๆ กัน. บทว่า มีศีล คือ มีคุณ. บทว่า สมบูรณ์ด้วยวัตร คือ ถึงพร้อมด้วยความประพฤติ. คำว่า อันอาจารย์อนุญาตและปฏิญาณได้เอง ความว่า อันอาจารย์อนุญาตอย่างนี้ ว่า เธอทั้งหลายศึกษาจบแล้ว. บทว่า พวกเราเป็นผู้ที่อาจารย์ให้ศึกษาแล้ว ความว่า และตนเองปฏิญาณแล้วอย่างนี้. บทว่า อสฺม แปลว่า ย่อมเป็น. ด้วยคำว่า ข้าพระองค์เป็นศิษย์ของท่านไปกขรสาติพราหมณ์ มาณพ ผู้นี้เป็นศิษย์ของท่านตารุกขพราหมณ์ วาเสฏฐมาณพแสดงว่า ข้าพระองค์ เป็นศิษย์ผู้ใหญ่ คือ เป็นศิษย์ชั้นเลิศของท่านโปกขรสาติพราหมณ์ มาณพผู้นี้ เป็นศิษย์ผู้ใหญ่ คือ เป็นศิษย์ชั้นเลิศของท่านตารุกขพราหมณ์. บทว่า ผู้ทรง วิชชา ๓ ได้แก่ พราหมณ์ผู้ทรงไตรเพท. คำว่า บทใดที่พราหมณ์ทั้งหลาย บอกแล้ว ความว่า บทใดแม้บทเดียวที่พราหมณ์ทั้งหลายบอกแล้ว ทั้งโดย อรรถะและพยัญชนะ. คำว่า เป็นผู้มีความเชี่ยวชาญในมนต์นั้น ความ ข้าพระองค์ทั้งสองเป็นผู้ถึงความสำเร็จในบทนั้น เพราะรู้บทนั้นทั้งสิ้น. บัดนี้ วาเสฏฐมาณพเมื่อจะทำให้แจ้งถึงความเป็นผู้เชี่ยวชาญ แม่นยำนั้นจึงกล่าวว่า ปทกสฺม ดังนี้เป็นต้น. บรรดาบทเหล่านั้น สองบทว่า เช่นเดียวกับอาจารย์ ในสถานที่บอกมนต์ ความว่า ข้าพระองค์ทั้งสองเป็นเช่นเดียวกับอาจารย์ ในสถานที่กล่าว มนต์. บทว่า เพราะกรรม ได้แก่ เพราะกรรม คือ กุศล กรรมบถ ๑๐ ก็วาเสฏฐมาณพนี้หมายเอากายกรรมและวจีกรรม ๗ ประการข้าง ต้น จึงกล่าวว่า กาลใดแลท่านผู้เจริญมีศีล ดังนี้. หมายเอามโนกรรม ๓ จึงกล่าวว่า ผู้ถึงพร้อมด้วยวัตร. ก็บุคคลผู้ประกอบมโนกรรม ๓ นั้น ย่อม เป็นผู้สมบูรณ์ด้วยอาจาระ. วาเสฏฐมาณพร้องเรียกพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ผู้ มีพระจักษุเพราะเป็นผู้มีจักษุด้วยจักษุ ๕. บทว่า ล่วงเลยความสิ้นไป ได้แก่ ล่วงเลยความพร่อง อธิบายว่าบริบูรณ์. บทว่า เข้าถึง ได้แก่ เข้าไปใกล้. บทว่า จะนอบน้อม แปลว่า กระทำความนอบน้อม. คำว่า เป็นดวงจักษุ อุบัติขึ้นแล้วในโลก ความว่า เป็นดวงจักษุโดยแสดงประโยชน์ปัจจุบันเป็น ต้นของชาวโลก อุบัติขึ้น ขจัดความมืดนั้น ในโลกอันมืดเพราะอวิชชา.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน