เล่มที่ 21

พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงมีศีลด้วยปาริสุทธิศีล ๔

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 324


เนื้อหา

พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงมีศีลด้วยปาริสุทธิศีล ๔. ก็ศีลนั้น เป็นอริยะ คือสูงสุดบริสุทธิ์. เพราะเหตุนั้น จังกีพราหมณ์จึงกล่าวว่า ทรงมี ศีลเป็นอริยะ. ศีลนั้นนั่นแหละ ชื่อว่า เป็นกุศล เพราะอรรถว่าไม่มีโทษ. เพราะเหตุนั้น จังกีพราหมณ์จึงกล่าวว่า ทรงมีศีลเป็นกุศล. คำว่า มีศีลเป็น กุศล นี้ เป็นไวพจน์ของคำว่า มีศีลเป็นกุศล นั้น. คำว่า พหุนฺนํ อาจริย- ปาจริโย ทรงเป็นอาจารย์ และปาจารย์ของตนเป็นอันมาก ความว่า สัตว์ แปดหมื่นสี่พัน ทั้งเทวดาและมนุษย์ไม่มีประมาณ ดื่มอมตธรรมคือ มรรคผล ด้วยพระธรรมเทศนากัณฑ์เดียว ของพระผู้มีพระภาคเจ้า. เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า ชื่อว่า เป็นปาจารย์ของชนเป็นอันมาก คือ ของ อาจารย์ และสาวกเวไนย. ในคำว่า ทรงมีกามราคะสิ้นแล้ว นี้ กิเลสแม้ ทั้งปวงของพระผู้มีพระภาคเจ้าสิ้นไปแล้วโดยแท้ แต่พราหมณ์ไม่รู้จัก กิเลสเหล่านั้น กล่าวคุณในฐานะที่ตนรู้เท่านั้น. บทว่า วิคตาจาปลฺโล ปราศจากความโลเล ความว่า ทรงปราศจากความโลเลที่กล่าวไว้อย่างนี้ว่า ประดับบาตรประดับจีวรและเสนาสนะ อีกอย่างหนึ่ง การรัก การยึดถือ กายอันเปื่อยเน่านี้. บทว่า อปาปปุเรกฺขาโร ไม่ทรงมุ่งความชั่ว คือ ทรงมุ่งโลกุตตรธรรม ๙ อันไม่ชั่วร้ายเสด็จเที่ยวไป. คำว่า ชนที่เป็นพราหมณ์ ได้แก่พวกพราหมณ์แต่ละพวกมีพระสารีบุตร พระโมคคัลลานะ และพระมหา- กัสสปเป็นต้น. ก็พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น ไม่ทรงมุ่งร้าย ทรงทำหมู่ชน นี้แหละไว้เบื้องหน้า. อธิบายว่า ก็หมู่ชนนี้กระทำพระสมณโคดมไว้เบื้องหน้า เที่ยวไป. อีกอย่างหนึ่ง ไม่ประพฤติมุ่งความชั่ว คือ ไม่ประพฤติมุ่งความชั่ว อธิบายว่า ไม่ปรารถนาความชั่ว. ถามว่า แก่ใคร. ตอบว่า แก่พวกพราหมณ์. มีอธิบายว่า ไม่ทรงมุ่งร้าย คือทรงปรารถนาประโยชน์สุขต่อพราหมณ์ถ่ายเดียว แม้ผู้มุ่งร้ายเฉพาะพระองค์. บทว่า ติโรรฏฺ€า ชนต่างรัฐ คือ คนรัฐอื่น. บทว่า ติโรชนปทา ต่างชนบท คือ ชนบทอื่น. คำว่า สํปุจฺฉตุํ อาคจฺฉนฺติ มาเพื่อทูลถามปัญหา ได้แก่ ชนทั้งหลายมีกษัตริย์และบัณฑิตเป็นต้น พราหมณ์ และคนธรรพ์ (นักขับร้อง) เป็นต้น แต่งปัญหามาด้วยหวังว่า จักทูลถาม ปัญหา. บรรดาชนเหล่านั้น บางพวกกำหนดเห็นโทษของการถามปัญหา และ ความที่ไม่สามารถในการแก้ปัญหาและการรับรองปัญหา จึงนั่งนิ่งไม่ถามเลย. บางพวกถาม. สำหรับบางพวก พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทำความอุตสาหะ ในการถามปัญหาให้เกิดขึ้นแล้ว ทรงแก้. เมื่อเป็นอย่างนี้ ความสงสัยของคน เหล่านั้นทั้งหมด พอถึงพระผู้มีพระภาคเจ้าก็หมดไป เหมือนคลื่นของ มหาสมุทร พอถึงฝั่งก็ละลายหายไปฉะนั้น. คำที่เหลือในการพรรณนาคุณของ พระตถาคตในอธิการนี้ง่ายทั้งนั้น. คำว่า อติถิโน เต โหนฺติ สมณะหรือ พราหมณ์เหล่านั้นเป็นแขก ความว่า สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้นเป็น อาคันตุกะ. คือเป็นแขกของพวกเรา. บทว่า ปริยาปุณามิ ข้าพเจ้าทราบ คือ ข้าพเจ้ารู้. บทว่า อปริมาณวณฺโณ มีพระคุณหาประมาณมิได้ ท่าน แสดงความว่า มีพระคุณที่แม้พระสัพพัญญูเหมือน ๆ กัน ก็ประมาทไม่ได้ จะป่วยกล่าวไปใยกับคนเช่นเรา.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน