เล่มที่ 21
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า แต่ข้างทั้งสอง ได้แก่ แต่ทั้งสองข้าง ...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 320
เนื้อหา
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า แต่ข้างทั้งสอง ได้แก่ แต่ทั้งสองข้าง คือ ข้างฝ่ายมารดาและบิดา. อธิบายว่า มารดาเป็นนางพราหมณี ยายเป็น พราหมณี แม้มารดาของยายก็เป็นนางพราหมณี บิดาเป็นพราหมณ์ ปู่เป็น พราหมณ์ แม้บิดาของปู่ก็เป็นพราหมณ์ (จังกีพราหมณ์) ผู้เจริญเกิดดีแล้ว จากทั้งสองฝ่าย คือ ข้างฝ่ายมารดาและข้างฝ่ายบิดา อย่างนี้ ด้วยประการ ดังนี้. บทว่า ผู้มีครรภ์เป็นที่ถือปฏิสนธิบริสุทธิ์ดี ความว่า ครรภ์เป็น ที่ถือปฏิสนธิทางฝ่ายมารดาของท่าน บริสุทธิ์ดี แม้ครรภ์เป็นที่ปฏิสนธิทางฝ่าย บิดาของท่านก็บริสุทธิ์ดี. ในคำว่า จนถึงปิตามหยุดที่ ๗ นี้ ปู่ชื่อว่า ปีตามหะ ยุคของปู่ชื่อว่า ปิตามหยุด. ประมาณอายุ เรียกว่า ยุค. ก็คำว่า ยุคนี้ เป็นเพียงพูดกันเท่านั้น. แต่โดยความหมาย ปิตามหยุด ก็คือ ปีตามหะ นั่นเอง. บรรพบุรุษแม้ทั้งหมดสูงในรูปกว่านั้น ก็ถือเอาด้วยศัพท์ว่า ปิตามหะ นั่นแหละ. ผู้มีครรภ์เป็นที่ถือปฏิสนธิบริสุทธิ์ดีถึง ๗ ชั่วคนอย่างนี้. อีกอย่าง- หนึ่ง แสดงว่า ไม่ถูกคัดค้านติเตียนด้วยการกล่าวอ้างถึงชาติ. บทว่า ไม่ถูกห้าม ความว่า ไม่ถูกคัดค้าน คือ ไม่ถูกโต้แย้งอย่างนี้ว่า จงนำผู้นี้ ออกไป ประโยชน์อะไรกับผู้นี้. บทว่า ไม่ถูกติเตียน ความว่า ไม่ถูก ติเตียน คือไม่เคยถูกด่าหรือติเตียน. ถามว่า ด้วยเหตุอะไร. ตอบว่า ด้วย การกล่าวอ้างถึงชาติ. อธิบายว่า ด้วยคำพูดเห็นปานนี้ว่า แม้เพราะเหตุนี้ ผู้นี้เป็นผู้มีชาติกำเนิดเลว. บทว่า ด้วยองค์นี้ ความว่า เพราะเหตุแม้นี้. บทว่า มั่งคั่ง แปลว่า เป็นใหญ่. บทว่า มีทรัพย์มาก แปลว่า ประกอบ ด้วยทรัพย์มาก. แสดงว่า ก็ในบ้านของจังกีพราหมณ์ผู้เจริญมีทรัพย์มาก เหมือนฝุ่นและทรายบนแผ่นดิน ส่วนพระสมณโคดมไม่มีทรัพย์ ทำท้องให้ เต็มด้วยการขอ แล้วยังอัตภาพให้ดำเนินไป. บทว่า มีโภคะมาก คือ เป็นผู้มีเครื่องอุปโภคมากเนื่องด้วยกามคุณ ๕. พวกพราหมณ์กล่าวคุณใด ๆ ด้วยประการอย่างนี้ ย่อมกล่าวดูถูกว่า พวกเราจักกล่าวเฉพาะโทษของพระผู้มี พระภาคเจ้า โดยเป็นปฏิปักษ์ต่อคุณนั้น ๆ. บทว่า มีรูปงาม ความว่า มี รูปงามยิ่งกว่ามนุษย์อื่น. บทว่า ทสฺสนีโย ความว่า ควรแก่การดี เพราะ ทำความไม่เบื่อแก่ผู้ดูอยู่ทั้งวัน . ชื่อว่า น่าเลื่อมใส เพราะทำความเลื่อมใส ให้เกิดด้วยการดูเท่านั้น. ความงามเรียกว่า โปกขรตา. ความงามแห่งผิวพรรณ ชื่อว่า วัณณโปกขรตา. ด้วยความงามแห่งผิวพรรณนั้น. อธิบายว่า ด้วยความ ถึงพร้อมแห่งผิวพรรณ. ส่วนอาจารย์รุ่นเก่าเรียกสรีระว่า โปกขระ. วรรณะก็ คือผิวพรรณนั่นเอง. ตามมติของท่าน วรรณะและสรีระ ชื่อว่า วรรณะและ สรีระ. ภาวะแห่งวรรณะและสรีระ ชื่อว่า ความเป็นแห่งวรรณและสรีระ.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน