เล่มที่ 21
ท่านอธิบายไว้ว่า ดูก่อนน้องหญิง ถ้าสิ่งนี้ มีอันจะต้องทิ้งไป...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 50
เนื้อหา
พระเถระ เรียกทาสี นางนมของตนนั้น ด้วยอริยโวหารว่า ภคินิ. บทว่า ฉฑฺฑนิยธมฺมํ ความว่า มีอันจะต้องทิ้งไปเป็นสภาวะ. ท่านอธิบายไว้ว่า ดูก่อนน้องหญิง ถ้าสิ่งนี้ มีอันจะต้องทิ้งไปในภายนอกเป็นธรรมดา ไม่หวงแหนไว้ไซร้ เจ้าจง เกลี่ยลงในบาตรของเรานี้. ถามว่า ทำไมพระเถระจึงได้กล่าวอย่างนี้ ไม่เป็นการขอหรือพูด เหมือนขอหรือ. ตอบว่าไม่เป็น. เพระเหตุไร. เพราะเขาสละความหวงแหน แล้ว. จริงอยู่ของใดมีอันจะต้องทิ้งไปเป็นธรรม เขาสละความหวงแหนแล้ว เจ้าของไม่ใยดีในของใด ควรจะกล่าวว่า จงนำของนั้น มาให้ทั้งหมด จงเกลี่ยลง ในบาตรนี้. ด้วยเหตุนั้นนั่นแล ท่านพระรัฐปาละนี้ เป็นผู้ดำรงอยู่ในอริยวงศ์ อันเลิศอยู่ จึงกล่าวอย่างนี้. บทว่า หตฺถานํ ได้แก่ มือทั้งสองตั้งแต่ข้อมือ ของพระเถระผู้น้อมบาตรเพื่อรับภิกษา. บทว่า ปาทานํ ได้แก่ เท้าแม้ ทั้งสองทั้งแต่ชายผ้านุ่ง. บทว่า สรสฺส ได้แก่ เสียงที่เปล่งวาจาว่า น้องหญิง ถ้าขอนั้นเป็นต้น. บทว่า นมิตฺตํ อคฺคเหสิ ความว่า นางทาสี เมื่อ พิจารณาดูหลังมือเป็นต้น ก็ยึดคืน จำได้กำหนดอาการที่เคยกำหนดในเวลาที่ ท่านเป็นคฤหัสถ์ว่า หลังมือแลเท้าเหล่านี้ เช่นเดียวกับหลังเต่าทอง นิ้วมือที่ กลมดี เหมือนเกลียวหรดาล เสียงไพเราะเหมือนของรัฐบาลบุตรของเรา. ก็ เมื่อท่านพระรัฐบาลนั้น อยู่ป่าถึง ๑๒ ปี และบริโภคโภชนะคือคำข้าว ผิวพรรณของร่างกาย จึงเห็นเป็นคนอื่นไป. ด้วยเหตุนั้น ทาสีของญาติเห็น เถระนั้น จึงจำไม่ได้ แต่ยังถือนิมิตได้. บทว่า รฏฺปาลสฺส มาตรํ เอตทโวจ ความว่า แม้เหล่านางนม ผู้ทะนุถนอมอวัยวะน้อยใหญ่ของพระเถระให้ดื่มน้ำนม เลี้ยงมาจนเติบโต ก็ไม่อาจพูดกับบุตรนายผู้บวชแล้วถึงความเป็นพระมหา- ขีณาสพ เป็นต้นว่า ท่านเจ้าข้า ท่านหรือหนอ คือรัฐปาละ บุตรของเรา จึงรีบเข้าเรือนกล่าวคำนี้ กะมารดาของรัฐปาละ ศัพท์ว่า ยคฺเฆ เป็นนิบาตลง ในอรรถ ว่าบอกกล่าว. ศัพท์ว่า เช ในคำว่า สเจ เช สจฺจํ นี้ เป็น นิบาต ในอรรถว่าร้องเรียก. จริงอยู่ คนทั้งหลายย่อมร้องเรียกคนที่เป็นทาส ทาสีในชนบทนั้น. เพราะเหตุนั้นแล พึงเห็นความในบทนี้อย่างนี้ว่า แม่ทาสี ผู้เจริญ ถ้าเจ้าพูดจริง. บทว่า อุปสงฺกมิ ความว่าเหตุไร จึงเข้า ไป. นาง คิดว่าสตรีทั้งหลายในสกุลใหญ่ เมื่อออกไปในภายนอก ย่อมได้รับการติเตียน ก็นี้เป็นกิจด่วน จำเราจักบอกกิจนั้นแก่เศรษฐี เพราะฉะนั้น นางจึงเข้าไป. บทว่า อญฺตรํ กุฑฺฑมูลํ ความว่า ได้ยินว่า ในที่นั้นมีศาลาอยู่ใกล้เรือน ของทานบดี. ที่ศาลานั้น เขาจัดอาสนะไว้ น้ำและน้ำข้าวเขาก็จัดตั้งไว้ในศาลา นั้น บรรพชิตทั้งหลายเที่ยวบิณฑบาตร แล้วนั่งฉัน. ถ้าว่าบรรพชิตทั้งหลาย ปรารถนา ก็จะถือเอาสิ่งของแม้ของทานบดีทั้งหลาย เพราะฉะนั้น แม้ที่นั้น ก็พึงทราบว่า ใกล้ฝาแห่งหนึ่ง แห่งศาลาเช่นนี้ ของตระกูลตระกูลหนึ่ง. แท้จริง บรรพชิตทั้งหลายหานั่งฉันในที่อันไม่สมควรอย่างมนุษย์ยากไร้ไม่. ศัพท์ว่า อตฺถิ ในคำว่า อตฺถิ นาม ตาต นี้ ลงในอรรถว่า มีอยู่. ศัพท์ว่า นาม เป็นนิบาตลงในอรรถว่า ถามหรือ สำคัญ. ท่านอธิบายว่า บิดาพึงกล่าวว่า ซึ่งเจ้าจักมาถึงในที่เช่นนี้ บริโภคขนมค้างคืนของเราใด พ่อรัฐปาละ พวกเรา นั้นมีทรัพย์อยู่หนอ มิใช่ไม่มีทรัพย์. บิดาพึงกล่าวว่า อนึ่ง เจ้าพึงนั่งในที่ เช่นนี้ บริโภคขนมค้างคืนของพวกเราใด พวกเรานั้น ยังมีชีวิตอยู่หนอ มิใช่ผู้ตายไปแล้ว . อนึ่ง เจ้าแม้ถูกเลี้ยงเติบโตมาด้วยรสโภชนะอันดี ไม่พิการ จะบริโภคขนมค้างคืนที่น่าเกลียดอันนี้ใด ดังบริโภคอมฤต พ่อรัฐปาละ คุณ- เครื่องเป็นสมณะอาศัยพระศาสนา แนบแน่นภายในของเจ้า ชรอยจะมีอยู่. ก็คหบดีนั้น ไม่อาจกล่าวเนื้อความนี้ให้บริบูรณ์ได้ เพราะถูกทุกข์ทิ่มแทง แล้ว กล่าวได้แต่เพียงเท่านี้ว่า พ่อรัฐปาละ มีหรือ ที่เจ้าจักบริโภคขนมค้างคืน. ก็ในข้อนี้ นักคิดอักษรกล่าวลักษณะนี้ไว้. ท่านทำคำอนาคตกาลว่า ปรภุญฺ- ชิสฺสสิ ใกล้บทในศัพท์ว่า อตฺถิ นี้ ด้วยอรรถอันไม่บริบูรณ์ ตามการ กำหนดของตน. คำนั้นมีเนื้อความดังนี้ว่า มีอยู่หรือ พ่อรัฐปาละ ที่พ่อจะ ฉันขนมกุมาสบูด แม้เราเห็นกับตาก็ไม่เชื่อ ทนไม่ได้. คฤหบดียืนจับที่ ขอบปากบาตรของพระเถระกล่าวคำมีประมาณเท่านี้ เมื่อบิดายืนจับที่ขอบปาก- บาตรอยู่นั้นแล แม้พระเถระ ก็ฉันขนมบูดนั้น ที่ส่งกลิ่นบูดในที่ที่แตกเหมือน ฟองไข่เน่า เป็นเช่นกับรากสุนัข . เล่าว่าปุถุชนก็ไม่อาจกินขนมเช่นนั้นได้. แต่ พระเถระดำรงอยู่ในอริยฤทธิ ฉันเหมือนกับฉันอมฤตรสทิพยโอชา รับน้ำด้วย ธรรมกรก ล้างบาตร ปาก และมือเท้า กล่าวคำเป็นต้นว่า กุโต โน คหปติ.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน