เล่มที่ 20
พระผู้มีพระภาคเจ้าครั้นทรงปฏิเสธวาทะของปริพาชกอย่างนี้แล้ว บ...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 534
เนื้อหา
พระผู้มีพระภาคเจ้าครั้นทรงปฏิเสธวาทะของปริพาชกอย่างนี้แล้ว บัดนี้ เมื่อจะทรงวางมาติกาในเสกขภูมิด้วยพระองค์เอง จึงตรัสพระดำรัสมีอาทิว่า จตูหิ โข อหํ เราบัญญัติบุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการแล. ในบท เหล่านั้นบทว่า สมธิคยฺห ติฏติ คือตั้งไว้ให้ดี. ในบทมีอาทิว่า น กาเยน ปาปํ ไม่ทำกรรมชั่วด้วยกาย คือไม่เพียงสักว่าไม่ทำอย่างเดียวเท่านั้น. แต่ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงบัญญัติการละด้วยการสังวรและการพิจารณาไว้ในบทนี้ ด้วย. ทรงหมายถึงข้อนั้นจึงได้ตรัสไว้. ส่วนบทมีอาทิว่า น เจว สมฺปนฺนกุสลํ มิใช่ผู้มีกุศลสมบูรณ์ ตรัสหมายถึงพระขีณาสพ. บัดนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อ ทรงวางมาติกาในอเสกขภูมิจึงตรัสพระดำรัสมีอาทิว่า ทสหิ โข อหํ เรา บัญญัติบุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๑๐ ประการ. ในบทนั้น อาศัย ๓ บท ทรงวางจตุกกะ ๑ ไว้ ๒ บท. อาศัยบท ๑ ทรงวางจตุกกะสุดท้ายไว้ ๒ บท. นี้คือมาติกาในอเสกขภูมิ. บัดนี้พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อจะทรงจำแนกมาติกานั้นจึงตรัสพระ ดำรัสมีอาทิว่า กตเม จ ถปติ อกุสลา สีลา ดูก่อนนายช่างไม้ ก็ศีลเป็น อกุศลนั้นเป็นไฉน. ในบทเหล่านั้นบทว่า สราคํ มีราคะ คือจิตประกอบด้วย โลภะ ๘ อย่าง. บทว่า สโทสํ มีโทสะ คือจิต ๒ ดวง สัมปยุตด้วยปฏิฆะ. บทว่า สโมหํ มีโมหะ คือแม้จิต ๒ ดวง ประกอบด้วย วิจิกิจฉาและอุทธัจจะ ก็ควร แม้จิตที่เป็นอกุศลทั้งหมดก็ควร. เพราะท่านกล่าวไว้ว่า โมหะย่อมเกิด ในอกุศลทั้งปวง. บทว่า อิโตสมุฏฺานา ชื่อว่า อิโตสมุฏฐาน เพราะ มีสมุฏฐานเกิดแต่จิตมีราคะเป็นต้นนี้. บทว่า กุหึ คือศีลที่เป็นอกุศลดับไม่ เหลือเพราะบรรลุฐานะไหน. บทว่า เอตฺเถเต ในการละทุจริตนี้คือ ตั้งอยู่ใน โสดาปัตติผล. จริงอยู่ปาฏิโมกขสังวรศีล ย่อมบริบูรณ์ในโสดาปัตติผล. ถึงฐานะ นั้นแล้วศีลเป็นอกุศลดับไม่เหลือ. อนึ่ง บทว่า อกุสลสีลํ นี้พึงทราบว่าเป็น ชื่อของบุคคลทุศีลบ้าง เป็นชื่อของธรรมที่เป็นอกุศลบ้าง. บทว่า นิโรธาย ปฏิปนฺโน ปฏิบัติเพื่อความดับ คือปฏิบัติเพื่อความดับตั้งแต่โสดาปัตติมรรค. แต่ศีลที่เป็นอกุศลเหล่านั้นชื่อว่าเป็นอันดับด้วยการบรรลุพระอรหัต. ด้วยบท มีอาทิว่า วีตราคํ เป็นต้น ท่านกล่าวถึงกามาวจรกุศลจิต ๘ อย่าง. ด้วยบทนี้ศีล ที่เป็นกุศลย่อมตั้งขึ้น. บทว่า สีลวา โหติ เป็นผู้มีศีล คือเป็นผู้สมบูรณ์ด้วย ศีลและสมบูรณ์ด้วยคุณ. บทว่า สีลมโย สำเร็จด้วยศีล คือ ไม่สำเร็จด้วยศีล อย่างนี้ว่า เพียงเท่านี้ก็พอ ไม่มีสิ่งไรๆ ที่ควรจะทำยิ่งไปกว่านี้. บทว่า ยตฺถสฺส เต อันเป็นที่ดับหมดสิ้นแห่งศีลเป็นกุศลเหล่านั้นของภิกษุนั้น คือตั้งอยู่ใน อรหัตผล. เพราะศีลที่เป็นอกุศลดับไม่เหลือ เพราะบรรลุพระอรหัตผล. บทว่า นิโรธาย ปฏิปนฺโน ปฏิบัติเพื่อดับ คือชื่อว่าปฏิบัติเพื่อดับตั้งแต่อรหัตมรรค. ศีลที่เป็นกุศลเหล่านั้นชื่อว่าเป็นอันดับด้วยการบรรลุผล.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน