เล่มที่ 20

นั้น เป็น อนุคจฺฉติ ก็มี

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 466


เนื้อหา

นั้น เป็น อนุคจฺฉติ ก็มี. แม้ด้วยบททั้งสอง นี้ท่านแสดงว่า อุเปติ อุปคจฺฉติ คือเข้าไป. แม้ในธาตุน้ำเป็นต้นก็มีนัยนี้ เหมือนกัน. บทว่า อินฺทิริยานิ คือ อินทรีย์มีมนินทรีย์เป็นที่ ๖ ย่อมแล่นไป สู่อากาศ. บทว่า อาสนฺธิปญฺจมา คือมือมีเตียงเป็นที่ ๕ คือมีเตียงนั่งเป็นที่ ๕. อธิบายว่า เตียง และบุรุษ ๔ คนยืนจับเท้าเตียงทั้ง ๔. บทว่า ยาว อำหฬนา แค่ป่าช้า. บทว่า ปทานิ คือร่างกาย. คุณบททั้งหลายเป็นไปแล้วโดยนัยมี อาทิว่า ผู้นี้มีศีลอย่างนี้ ทุศีลอย่างนี้. ในบทว่า ปทานิ นี้ท่านประสงค์เอา สรีระ. บทว่า กาโปตกานิ คือมีสีดุจสีนกพิลาป. อธิบายว่ามีสีดุจปีกนกพิลาป. บทว่า ภสฺสนฺตา คือมีเถ้าเป็นที่สุด. ในบทนี้บาลีเป็นอย่างนี้. บทว่า อาหุติโย การเช่นสรวง ความว่า ทานที่ให้แล้วมีประเภทเป็นเครื่องสักการะเป็นต้นที่ เช่นสรวง ทั้งหมดนั้นมีเถ้าเป็นที่สุด. ต่อจากนั้นไม่ให้ผลเลย. บทว่า ทตฺตุปญฺตฺตํ ทานที่คนเขลาบัญญัติไว้ คือ คนโง่ คนพาล บัญญัติไว้ บทนี้ท่านอธิบายว่า ทานนี้ คนพาล คนโง่ บัญญัติไว้. มิใช่บัณฑิตบัญญัติ. คนพาลให้บัณฑิตรับ. บทว่า อตฺถิกวาทํ วาทะว่ามีผล คนบางพวกกล่าววาทะ ว่ามีผลว่า ผลทานที่ให้แล้วมีอยู่. คำของคนเหล่านั้นเป็นคำเปล่าคำเท็จ คำเพ้อ บทว่า พาโล จ ปณฺฑิโต จ คือพาลและบัณฑิต. บทว่า อกเตน เม เอตฺถ กตํ กรรมในลัทธินี้ที่เราไม่ได้ทำเลยเป็นอันทำแล้ว คือกรรมในลัทธิ นี้โดยกรรมของสมณะที่เราไม่ได้ทำเลยชื่อว่าเป็นอันทำแล้ว. พรหมจรรย์อัน เราไม่เคยอยู่ชื่อว่าเป็นอันอยู่แล้ว. บทว่า เอตฺถ คือในธรรมของสมณะนี้. บทว่า สมสมา เป็นผู้เสมอ ๆ กัน คือ เสมอกันอย่างยิ่ง หรือเสมอกันด้วยคุณอัน เสมอ. บทว่า สามญฺํ ปตฺตา คือถึงความเป็นผู้เสมอกัน. บทมีอาทิว่า กรโต เมื่อบุคคลทำเองท่านกล่าวไว้แล้วในอปัณณกสูตร. บทมีอาทิว่า นตฺถิ เหตุ ไม่มีเหตุ ก็อย่างนั้น.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน