เล่มที่ 20

บทว่า ทลิทฺโท คนจน คือ เป็นผู้ประกอบด้วยความขัดสน บทว่า อสฺส...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 307


เนื้อหา

บทว่า ทลิทฺโท คนจน คือ เป็นผู้ประกอบด้วยความขัดสน บทว่า อสฺสโก คือ ไม่มีอะไรเป็นของตน. บทว่า อนาฬฺหิโย คือไม่ใช่คนมั่งคั่ง. บทว่า อคาริกํ มีเรือนหลังเล็ก. บทว่า โอลุคฺควิลคฺคํ มีเครื่องมุง และเครื่องผูกหลุดลุ่ย คือ มีเครื่องมุงบังหลุดจากหลังคาลงมาเกี่ยวอยู่ที่ฝา หลุดจากฝาลงมากองที่พื้น. บทว่า กากาติปายึ ต้องคอยไล่กา คือ ในเวลา นั่งข้างในด้วยคิดว่าจักบริโภคอะไร ๆ ชื่อว่ากิจด้วยประตูไม่มีต่างหาก. แต่นั้น ฝูงกาก็จะเข้าไปรุมล้อม แต่กากล้า ในเวลาหนีก็จะหนีออกไปซึ่งๆ หน้า. บทว่า น ปรมรูปํ มีทรงไม่งาม คือ มีทรงไม่งามเหมือนเรือนของผู้มีบุญ. บทว่า กโฬปิกา มีแคร่อันหนึ่ง. บทว่า โอลุคฺควิลุคฺคา หลุดลุ่ย คือ จะพังมิพังแหล่. บทว่า ธญฺสมวาปกํ คือ ข้าวเปลือกและพืชสำหรับหว่าน. ในบทนั้น ข้าว ชื่อว่า ธญฺํ พืชมีพืชน้ำเต้า พืชฟักเป็นต้นชื่อว่า สมวาปกํ. บทว่า น ปรมรูปํ ไม่ใช่เป็นพันธุ์อย่างดี คือพืชบริสุทธิ์มีพืชข้าวสาลีมีกลิ่นหอมเป็นต้น ไม่ใช่พันธุ์อย่างดีเหมือนของคนมีบุญทั้งหลาย. บทว่า ชายิกา ภรรยา คือ ภรรยาขัดสน. บทว่า น ปรมรูปา มีรูปไม่งาม คือน่าเกลียดมีก้นห้อยเหมือน กระเช้า ดุจปีศาจท้องพลุ้ย. บทว่า สามญฺํ คือ ความเป็นสมณะ. บทว่า โส วตสฺสํ โยหํ คือเราควรจะปลงผมและหนวดออกบวช. บทว่า โส น สกฺกุเณยฺย เขาไม่อาจ คือ แม้เขาคิดแล้วอย่างนี้ก็กลับไปเรือนไตร่ตรองว่า ชื่อว่า บรรพชา หนัก ยากที่จะทำได้ ยากที่จะเข้าถึงได้ แม้เที่ยวไปบิณฑบาต ใน ๗ บ้านบ้าง ๘ บ้านบ้างก็ต้องกลับมาล้างบาตร เราไม่อาจเป็นอยู่อย่างนี้ได้ จึงกลับมาอีก อยู่บ้านเราดีกว่า ทัพสัมภาระของหญ้าและเถาวัลย์ก็เก็บรวมทำ ผ้าไว้ได้. บรรพชาจะทำอะไรได้. ทีนั้นเรือนหลังเล็กของเขานั้นก็ปรากฏดุจเวช- ยันตปราสาท. ต่อแต่นั้นเขาแลดูแคร่ของเขาแล้วคิดว่า เมื่อเราไปแล้วชนทั้งหลาย จะไม่ซ่อมแคร่นี้จักทำเป็นเตาไฟ เราควรจะได้ไม้ไผ่ทำแคร่อีก. เราจักทำอะไร กับการบวช. ทีนั้นแคร่ของเขานั้นปรากฏดุจเป็นที่นอนอันมีสิริ. จากนั้นเขาแล ดูหม้อใส่ข้าวเปลือกแล้วคิดว่า เมื่อเราไปแล้ว หญิงแม่เรือนนี้จักบริโภคข้าว- เปลือกนี้กับชายนั้น. เราควรกลับมาให้ความเป็นไปของชีวิตใหม่. เราจักทำ อะไรกับการบวช. ทีนั้น หม้อข้าวเปลือกของเขานั้นปรากฏดุจยุ้ง ๑,๒๕๐ หลัง จากนั้นเขาแลดูภรรยาแล้วคิดว่า เมื่อเราไปแล้ว คนเลี้ยงช้างก็ดี คนเลี้ยงม้า ก็ดีคนใดคนหนึ่งจักเกี้ยวภรรยานี้. เราควรจะกลับมาได้หญิงหุงอาหารอีก. เรา จักทำอะไรกับการบวช. ทีนั้นภรรยาของเขานั้นปรากฏดุจเทวีรูปงาม. ท่านหมาย ถึงข้อนี้จึงกล่าวบทมีอาทิว่า โส น สกฺกุเณยฺย เขาไม่สามารถดังนี้.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน