เล่มที่ 20

บทว่า อาสฺวานํ ขยํ ปาปฺณาติ ย่อมบรรลุธรรมเป็นที่ สิ้นไปแห่งอ...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 262


เนื้อหา

บทว่า โส ตตฺถ €ิโต คือ เธอตั้งอยู่ในวิปัสสนาอันมีไตรลักษณ์ เป็นอารมณ์นั้น. บทว่า อาสฺวานํ ขยํ ปาปฺณาติ ย่อมบรรลุธรรมเป็นที่ สิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย คือ เจริญมรรค ๔ โดยลำดับแล้วจึงบรรลุ. บทว่า เตเนว ธมฺมราเคน เพราะความยินดีในธรรมนั้น คือ เพราะความพอใจ ยินดีในธรรมคือสมถะและวิปัสสนา. จริงอยู่ เมื่อสามารถถือเอาความพอใจ และความยินดีในสมถะและวิปัสสนาโดยประการทั้งปวง ย่อมบรรลุพระอรหัต. เมื่อไม่สามารถย่อมเป็นพระอนาคามี. บทว่า ยเทว ตตฺถ โหติ เวทนาคตํ คือ เวทนาย่อมมีในสมาบัติ นั้น ในบทนี้ท่านไม่ถือเอารูป. เพราะเหตุไร. เพราะล่วงเลยไปแล้ว . จริงอยู่ ภิกษุนี้เข้าถึงรูปาวจรฌานในหนหลัง แล้วก้าวล่วงรูป เป็นผู้เข้าถึงอรูปาวจร- สมาบัติ เพราะเหตุนั้น รูปจึงก้าวล่วงไปด้วยอำนาจสมถะ ครั้นพิจารณารูป ในหนหลังแล้ว ก้าวล่วงรูปนั้น ในบัดนี้ย่อมพิจารณาอรูป เพราะเหตุนั้น รูปจึงก้าวล่วงไปด้วยอำนาจวิปัสสนา แต่ในอรูปย่อมไม่มีรูป แม้โดยประการ ทั้งปวง เพราะเหตุนั้น แม้ท่านหมายถึงอรูปนั้น ในที่นี้ก็ไม่ถือเอารูป. ไม่ถือ เอาโดยชอบ. บทว่า อถ กิญฺจรหิ เมื่อเป็นอย่างนั้น เพราะเหตุไร. พระอานนท์ ทูลถามว่า ข้าพระองค์ขอทูลถามว่า เพราะอะไร. พระเถระมิได้มีความสงสัย ในข้อนี้ว่า ธุระคือความเป็นผู้มีจิตมีอารมณ์เดียว ย่อมมีแก่ภิกษุผู้ไปด้วย อำนาจแห่งสมถะ ภิกษุนั้นชื่อว่าเป็นเจโควิมุต ธุระคือปัญญาย่อมมีแก่ภิกษุ ผู้ไปด้วยอำนาจแห่งวิปัสสนา. ภิกษุนั้นชื่อว่าเป็นปัญญาวิมุต. พระเถระทูล ถามว่า ภิกษุนี้เป็นบุรุษควรฝึกทั้งนั้น แต่เมื่อภิกษุทั้งหลายไปด้วยอำนาจสมถะ รูปหนึ่งเป็นเจโตวิมุต. แม้เมื่อไปด้วยอำนาจแห่งวิปัสสนา รูปหนึ่งชื่อว่าเป็น ปัญญาวิมุต รูปหนึ่งเป็นเจโตวิมุต. อะไรเป็นเหตุในข้อนี้. บทว่า อินฺทฺริย- เวมตฺตตํ วทามิ คือ เรากล่าวความต่างกันแห่งอินทรีย์. ท่านอธิบายว่า ดูก่อนอานนท์ เธอบำเพ็ญบารมี ๑๐ แล้วยังไม่บรรลุพระสัพพัญญุตญาณ. เพราะเหตุนั้น พระสัพพัญญุตญาณนั้นจึงไม่ปรากฏแก่เธอ. แต่เราแทงตลอด แล้ว . ด้วยเหตุนั้น พระสัพพัญญุตญาณนั้นจึงปรากฏ แก่เรา. ความต่างแห่ง อินทรีย์เป็นเหตุในข้อนี้แหละ. เพราะเมื่อภิกษุทั้งหลายไปด้วยอำนาจแห่งสมถะ ธุระคือความเป็นผู้มีจิตดวงเดียว จึงมีแก่ภิกษุรูปหนึ่ง. ภิกษุนั้นชื่อว่าเป็น เจโตวิมุต. ธุระคือปัญญาย่อมมีแก่ภิกษุรูปหนึ่ง. ภิกษุนั้นชื่อว่าเป็นปัญญาวิมุต. อนึ่ง เมื่อภิกษุทั้งหลายไปด้วยอำนาจวิปัสสนา ธุระคือปัญญาย่อมมีแก่ภิกษุ รูปหนึ่ง ภิกษุนั้นชื่อว่าเป็นปัญญาวิมุต. ธุระคือความเป็นผู้มีจิตดวงเดียว ย่อมมีแก่ภิกษุรูปหนึ่ง. ภิกษุนั้นชื่อว่าเป็นเจโตวิมุต. พระอัครสาวกทั้งสอง บรรลุพระอรหัตด้วยธุระ คือ สมถะและวิปัสสนา. ในท่านทั้งสองนั้นพระธรรม เสนาบดีเป็นปัญญาวิมุต. พระมหาโมคคัลลานเถระเป็นเจโตวิมุต. พึงทราบว่า ความต่างแห่งอินทรีย์เป็นเหตุในข้อนี้ ด้วยประการฉะนี้. บทที่เหลือในบท ทั้งปวงง่ายทั้งนั้น ฉะนี้แล.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน