เล่มที่ 20
โดยนัยว่า ท่านเจ้าข้า ข้าพเจ้ามีชื่อนี้ เคยเป็นอัญญเดียรถีย์...
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 166
เนื้อหา
ครั้งนั้น ติตถิยปริวาส (การอยู่อบรมสำหรับเดียรถีย์) อันใด พระผู้มี พระภาคเจ้าทรงบัญญัติไว้แล้วในขันธกวินัยว่า ผู้เคยเป็นอัญญเดียรถีย์ ตั้งอยู่ใน ภูมิของสามเณรแล้วสมาทานอยู่ปริวาส โดยนัยว่า ท่านเจ้าข้า ข้าพเจ้ามีชื่อนี้ เคยเป็นอัญญเดียรถีย์ ประสงค์จะอุปสมบทในธรรมวินัยนี้ ท่านเจ้าข้า ข้าพเจ้า นั้นขอปริวาส ๔ เดือนกะสงฆ์ ดังนี้เป็นต้น. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงหมายเอา ติตถิยปริวาสนั้น จึงตรัสเป็นต้นว่า โย โข เสนิย อญฺติตฺถิยปุพฺโพ ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปพฺพชฺชํ ตรัสด้วยอำนาจความที่ทรงมีพระวาจาอ่อน หวาน. แม้ที่จริง เสนิยะนั้นไม่อยู่ปริวาสก็ได้บรรพชา. แต่เขาต้องการอุปสมบท บำเพ็ญวัตร ๘ ประการ มีการเข้าบ้านเป็นต้น พึงอยู่ปริวาส เกินกาลกำหนด. บทว่า อารทฺธจิตฺตา คือมีจิตยินดีแล้วด้วยการบำเพ็ญวัตร ๘ ประการ. นี้ เป็นความย่อในเรื่องติตถิยปริวาสนั้น. ส่วนความพิสดารของติตถิยปริวาสนั้น พึงทราบตามนัยที่กล่าวไว้แล้ว ในกถาปัพพัชชาขันธกะ คัมภีร์อรรถกถาวินัย ชื่อสมันตปาสาทิกา. คำว่า อปิจ เมตฺถ แยกสนธิว่า อปิจ เม เอตฺถ. คำว่า ปุคฺคลเวมตฺตตา วิทิตา คือรู้ความที่บุคคลเป็นต่าง ๆ กัน. พระผู้มีพระภาค- เจ้าทรงแสดงว่า คำนี้ปรากฏแก่เราว่า บุคคลนี้ควรอยู่ปริวาส บุคคลนี้ไม่ควร อยู่ปริวาส. ต่อจากนั้น เสนิยะ คิดว่า โอ พระพุทธศาสนาน่าอัศจรรย์จริง ที่คนขัดสีทุบอย่างนี้แล้ว ก็ยึดเอาแต่ที่ควร ที่ไม่ควรก็ทิ้งไป. ต่อแต่นั้น เขาก็เกิดอุตสาหะในการบรรพชาว่าดีกว่า จึงกราบทูลว่า สเจ โข ภนฺเต ดังนี้. คราวนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบความที่เขามีฉันทะแรงกล้า ทรงดำริ ว่า เสนิยะไม่ควรอยู่ปริวาส. จึงตรัสเรียกภิกษุรูปหนึ่งมาว่า ภิกษุ เธอไปให้ เสนิยะอาบนำแล้วให้บรรพชา แล้วนำตัวมา. ภิกษุนั้นก็กระทำอย่างนั้น ให้ เขาบรรพชาแล้วนำมายังสำนักพระผู้มีพระภาคเจ้า. พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับ นั่งกลางหมู่สงฆ์ ให้เขาอุปสมบทแล้ว. ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า เสนิย- นิครนถ์ผู้ถือกุกกุรวัตร ก็ได้บรรพชาอุปสมบทในสำนักของพระผู้มีพระภาคเจ้า. บทว่า อจิรูปสมฺปนฺโน แปลว่า อุปสมบทแล้วไม่นาน. บทว่า วูปกฏฺโ คือปลีกกายและจิต ออกจากวัตถุกามและกิเลสกาม. บทว่า อปฺปมตฺโต คือ ผู้ไม่ละสติในกัมมัฏฐาน. บทว่า อาตาปี คือผู้มีคุณเครื่องเผากิเลส ด้วย คุณเครื่องเผากิเลสคือความเพียร ที่นับได้ว่าเป็นไปทางกายและทางจิต. บทว่า ปหิตตฺโต คือผู้มีตนอันส่งไป มีอัตภาพอันสละแล้ว เพราะเป็นผู้ไม่เยื่อใย ในร่างกายและชีวิต. คำว่า ยสฺสตฺถาย แยกสนธิว่า ยสฺส อตฺถาย.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน