เล่มที่ 20

อยคำนำสัตว์ออกจากทุกข์ จักเลื่อมใส แม้เพราะเหตุอุบาลีบัณฑิตน...

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 151


เนื้อหา

คำว่า อสฺโสสิ โข ฑีฆตปสฺสี ความว่า ได้ยินว่า ฑีฆตปัสสี นิครนถ์นั้น ตั้งแต่อุบาลีคฤหบดีนั้นไปแล้ว ก็เที่ยวเงี่ยหูฟังว่า คฤหบดีผู้ บัณฑิต กับพระสมณโคดมผู้ถึงพร้อมด้วยทัศนะมีถ้อยคำนำสัตว์ออกจากทุกข์ จักเลื่อมใส แม้เพราะเหตุอุบาลีบัณฑิตนั้น จักเลื่อมใสเพราะธรรมกถา ครั้น เลื่อมใสได้แล้ว จักถึงสรณะเพราะเหตุนั้น หรือ ไม่ถึงสมณะเพราะเหตุนั้น ก่อนหนอ. เพราะฉะนั้น ฑีฆตปัสสีนิครนถ์ได้ฟังเป็นครั้งแรกทีเดียว. คำว่า เตนหิ สมฺม ความว่า ฑีฆตปัสสีนิครนถ์ ถูกความเศร้าใจอย่างแรงครอบงำ แม้ได้ยินคำว่า จงหยุดอยู่ในที่นั้นนั่นแล แต่กำหนดใจความไม่ได้ จึงเจรจา กับคนเฝ้าประตูอยู่นั่นแหละ คำว่า มชฺฌิมายํ ทฺวารสาลายํ ความว่า เรือนหลังใดมี ๗ ซุ้มประตู ซุ้มประตูที่ ๔ ของเรือนหลังนั้น นับแต่ซุ้มประตู ในทั้งหมด ชื่อว่า ศาลาใกล้ประตูกลาง เรือนหลังใดมี ๕ ซุ้มประตู ซุ้ม ประตูที่ ๓ ของเรือนหลังนั้น ชื่อว่าศาลาใกล้ประตูกลาง เรือนหลังใดมี ๓ ซุ้ม ประตู ซุ้มประตูที่ ๒ ของเรือนหลังนั้น ชื่อว่า ศาลาใกล้ประตูกลาง ส่วนเรือน ที่มีซุ้มประตูเดียว ซุ้มที่อาศัยเสามงคลทรงกลาง ชื่อว่า ศาลาใกล้ประตูกลาง แต่เรือนของอุบาลีคฤหบดีนั้น มีซุ้มประตู ๗ ซุ้ม. ท่านกล่าวว่า ๕ ซุ้มก็มี. คำทั้งหมด มีคำว่า อคฺคํ เป็นต้น เป็นไวพจน์ของกันและกัน. ในคำว่า ยํ สุทํ นี้ คำว่า ยํ หมายถึงนาฏบุตรใด. คำว่า สุทํ เป็นเพียง นิบาต. คำว่า ปริคฺคเหตฺวา ความว่า เอาผ้าห่มผืนนั้นนั่นแหละคลุมท้องไว้. คำว่า นิสีทาเปติ ความว่า เชิญให้นั่งว่า ค่อย ๆ อาจารย์ ค่อย ๆ อาจารย์. ประหนึ่งวางหม้อน้ำมันขนาดใหญ่ ฉะนั้น คำว่า ทตฺโตสิ ความว่า ท่านเกิดโง่ไปแล้วหรือ. คำว่า ปฏิมุกฺโก ความว่า ใส่ที่ศีรษะไว้ (สวม). คำว่า อณฺฑหารโก เป็นต้น แม้เป็นคำหยาบ ฑีฆปัสสีนิครนถ์ ก็กำหนดไม่ได้ว่า พูดคำนี้หยาบ ก็พูดออกไป เพราะเกิดความเศร้าใจอย่างแรง เพราะเหตุอุบาลีกลายเป็นอื่น. คำว่า ภทฺทิกา ภนฺเต อาวฏฺฏนี ความว่า นิครนถ์พูดหมายถึงมายานั่นแล อุบาลีบรรลุโสดาปัตติมรรค แทงตลอดด้วย ตนเอง. คำว่า เตนหิ นี้เป็นเพียงศัพท์นิบาต ความว่า ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้า จักทำคำเปรียบเทียบแก่ท่าน. อีกอย่างหนึ่ง เป็นคำบอกเหตุ. ท่านอธิบายว่า คำสั่งสอนของพวกท่าน มิใช่ธรรมนำสัตว์ออกจากทุกข์ ด้วยเหตุอันใดข้าพเจ้า จักทำคำเปรียบเทียบแก่ท่าน ด้วยเหตุนั้น. คำว่า อุปวิชญฺา แปลว่า ใกล้ เวลาคลอด. คำว่า มกฺกฏจฺฉาปกํ แปลว่า ลูกลิง. คำว่า วิกิณิตฺวา อาเนหิ ความว่า จงให้มูลค่านำมา (ซื้อมา). แท้จริง ในท้องตลาด พ่อค้า แม่ค้า ย่อมขายของเล่นสำหรับลิง ทั้งที่มีวิญญาณ ทั้งที่ไม่มีวิญญาณ ภริยา สาวของพราหมณ์แก่นั้น พูดหมายถึงของเล่นนั้น . คำว่า รชิตํ ความว่า เรา ต้องการของนี้ที่เขาเอาสีย้อม ย้อมไล้ด้วยสีเหลืองหนาๆ ให้. คำว่า อาโกฏฺฏิต- ปุจจาโกฏฺฏิตํ ความว่า ที่เขาทุบกลับไปกลับมาบ่อย ๆ. คำว่า อุภโต ภาค- วิมฏฺฐํ ความว่า ที่มีผิวอันเขาขัดเกลี้ยงเกลาดีทั้งสองข้างแล้วด้วยไม้ไผ่, มณี และหิน. คำว่า รงฺคกฺขโม หิ โข ความว่า ของเล่นทั้งที่มีวิญญาณ ทั้งที่ไม่มี วิญญาณ ย่อมดูดสีย้อม เพราะฉะนั้นจึงกล่าวอย่างนี้. คำว่า โน อาโกฏฺฏนกฺขโม ความว่า เมื่อของเล่นมีวิญญาณ เขาเอาวางลงที่แผ่นกระดานสำหรับทุบ ทุบ ที่ท้องก่อน ท้องก็แตก ขี้ก็ไหลออก ทุบที่หัว หัวก็แตก มันสมองก็ไหล ออก ของเล่นที่ไม่มีวิญญาณ ก็แตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เพราะฉะนั้น จึง กล่าวอย่างนี้. คำว่า วิมชฺชนกฺขโม ความว่า ของเล่นที่มีวิญญาณ ที่เขา ขัดด้วยมณีและหิน ก็ไร้ขนไร้ผิว ของเล่นที่ไม่มีวิญญาณ ก็แตกละเอียด จึงกล่าวอย่างนี้. คำว่า รงฺคกฺขโม หิ โข พาลานํ ความว่า ผู้ควรแก่ การย้อม ย่อมให้เกิดเพียงราคะ เป็นที่รักของเหล่าคนเขลา มีความรู้ทราม ส่วนวาทะของนิครนถ์ก็ดี กถามรรคอื่น ๆ ที่ไร้ประโยชน์เช่นเรื่องภารตยุทธ และรามายนะเป็นต้นก็ดี ไม่เป็นที่รักของเหล่าบัณฑิตเลย. คำว่า โน อนุโย- คกฺขโม โน วิมชฺชนกฺขโม ความว่า ไม่ทนการประกอบตาม หรือการ พิจารณาย่อมว่างเปล่า เหมือนฝัดแกลบหาข้าวสาร และเหมือนหาแก่นไม้ใน ต้นกล้วย. คำว่า รงฺคกฺขโม เจว ปณฺฑิตานํ ความว่า แท้จริง กถาที่ ว่าด้วยอริยสัจ ๔ ย่อมเป็นที่รักของเหล่าบัณฑิต ฟังอยู่ถึงร้อยปี ก็ไม่รู้สึกอิ่ม. เพราะฉะนั้น จึงกล่าวอย่างนี้. ก็พุทธวจนะ ย่อมลึกซึ้งอย่างเดียวเหมือนมหา- สมุทร โดยประการที่หยั่งลงได้ เพราะเหตุนั้นอุบาลีคฤหบดีจึงกล่าวว่า อนุโยคกฺขโม จ วิมชฺชนฺขโม จ.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน