เล่มที่ 18
บทว่า ทิวาทิวสฺส แปลว่าวันของวัน อธิบายว่า เวลากลางวัน
หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 364
เนื้อหา
บทว่า ทิวาทิวสฺส แปลว่าวันของวัน อธิบายว่า เวลากลางวัน . บทว่า ปิโลติกํ ปริพฺพาชกํ ได้แก่ ปริพาชกผู้ได้ชื่อโดยเรียกเป็นเพศหญิง อย่างนี้ว่า ปิโลติกา. ได้ยินว่า ปริพาชกนั้นเป็นหนุ่มอยู่ในปฐมวัย มีวรรณ ดังทองคำเป็นพุทธอุปฐาก กระทำอุปัฏฐากพระตถาคต และพระมหาเถระแต่ เช้าตรู่ ถือเอาไม้ ๓ อันและเครื่องบริขารมีคณโฑน้ำเป็นต้น ออกจากพระ เชตวัน เดินมุ่งหน้าไปทางพระนคร. ชาณุโสณิพราหมณ์นั้นเห็นปิโลติกปริ- พาชกนั้นเดินมาแต่ไกล. บทว่า เอตทโวจ ความว่า ชาณุโสณิพราหมณ์ จำได้ว่า ปิโลติกปริพาชก เคยมาสำนักโดยลำดับ จึงกล่าวคำระบุโคตร ตระกูลว่า เชิญซิ ท่านวัจฉายนะไปไหนมา. ในบทว่า ปณฺฑิโต มญฺติ นี้ มีความอย่างนี้ว่า ท่านวัจฉายนะยังสำคัญพระสมณโคดมว่าเป็นบัณฑิตอยู่ หรือไม่เล่า. บทว่า โก จาหํ โภ ความว่า ข้าพเจ้าจะรู้ความมีปัญญาและ ความฉลาด ของพระสมณโคดม ได้แต่ไหนเล่า. ด้วยคำว่า โก จ สมณสฺส โคตมสฺส ปญฺาเวยฺยตฺติยํ ชานิสฺสามิ นี้ ปิโลติกปริพาชกแสดงว่า คนไม่รู้ แม้ทุกประการอย่างนี้ว่า ข้าพเจ้าจักรู้ความมีปัญญาและความฉลาด ของพระสมณโคดมได้แต่ที่ไหน จักรู้ด้วยเหตุไร. ด้วยบทว่า โสปิ นูนสฺส ตาทิโส จ นี้ ปิโลติกปริพาชก แสดงว่า ผู้ใดจะพึงรู้ความมีปัญญาและ ความฉลาดของพระสมณโคดม แม้ผู้นั้น ก็ต้องบำเพ็ญบารมี ๑๐ บรรลุพระ สัพพัญุตญาณเป็นพระพุทธเจ้าเช่นนั้น ผู้ต้องการจะวัดภูเขาสิเนรุ ภูเขา หิมวันต์ แผ่นดิน หรืออากาศควรจะได้ไม้หรือเชือกประมาณเท่านั้น แม้ผู้จะรู้ พระปัญญา ของพระสมณโคดม ก็ควรจะได้พระสัพพัญญุตญาณเสมือนพระญาณ ของพระองค์นั่นเทียว. ท่านกระทำการกล่าวย้ำไว้ในที่นี้ โดยความเอื้อเฟื้อ. บทว่า อุฬาราย แปลว่า สูงสุด ประเสริฐสุด. บทว่า โก จาหํ โภ ความว่า เราจะพึงสรรเสริญพระสมณะโคดม ได้แต่ไหน. บทว่า โก จ สมณํ โคตมํ ปสํสิสฺสามิ ความว่า ข้าพเจ้าจักสรรเสริญด้วยเหตุไร. บทว่า ปสฏฺปฺปสฏฺโ ความว่าเป็นผู้ประเสริฐ โดยคุณของตนเหนือคนอื่น โดย คุณทั้งปวงที่ชาวโลกเขาสรรเสริญเเล้ว พระองค์ไม่มีกิจคือสรรเสริฐด้วยคุณอย่างอื่น เปรียบเหมือน ดอกจัมปา ดอกอุบล ดอกปทุม หรือจันทน์แดง ย่อมสดใสและมี กลิ่นหอมโดยสิริแห่งสีและกลิ่นของมัน มันไม่มีกิจที่จะชมเชยโดยสีและกลิ่นที่ จรมา และเปรียบเหมือนแก้วมณีหรือดวงจันทร์ ย่อมโอภาสโดยแสงสว่าง ของตนเท่านั้น มันหามีกิจด้วยแสงสว่างด้วยอย่างอื่นไม่ ฉันใด พระสมณ โคดม ก็ฉันนั้น เป็นผู้อันบัณฑิตสรรเสริญ ชมเชยโดยคุณของตน ที่โลกทั้งปวงเขาสรรเสริญแล้ว คือให้ถึงความประเสริฐสุดแห่งโลกทั้งปวง พระองค์หามีกิจคือการสรรเสริญด้วยการสรรเสริญอย่างอื่นไม่ อีกนัยหนึ่ง เป็นผู้ประเสริฐ กว่าผู้ประเสริฐทั้งหลาย แม้เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่า ปสัฏฐัปป- สัฏฐะ ผู้ประเสริฐสุดกว่าผู้ประเสริฐสุดทั้งหลาย. ก็คนอื่น ๆ เหล่าไรเล่า ชื่อว่าเป็นผู้ประเสริฐสุด. พระเจ้าปเสนทิโกศล เป็นผู้ประเสริฐกว่าชาวกาสี และโกศลทั้งหลาย พระเจ้าพิมพิสาร เป็นผู้ประเสริฐกว่าชาวอังคะและชาว มคธะ เจ้าลิจฉวี กรุงเวสาลี ประเสริรกว่าชาวแคว้นวัชชี เจ้ามัลละกรุงปาวา เจ้ามัสละกรุงโกสินารา แม้เจ้านั้น ๆ องค์อื่น ประเสริฐกว่าชาวชนบทนั้น ๆ พราหมณ์มีจังกีพราหมณ์เป็นต้น ประเสริฐกว่าหมู่พราหมณ์ทั้งหลาย อุบาสก มีท่านอนาถปิณฑิกเศรษฐีเป็นต้น ประเสริฐกว่าหมู่อุบาสก อุบาสิกา มีนาง วิสาขาอุบาสิกาเป็นต้นประเสริฐกว่าอุบาสิกาหลายร้อย ปริพาชก มีสกุลุทายิ เป็นต้น ประเสริฐกว่า ปริพาชกหลายร้อย. มหาสาวิกา มีอุบลวรรณาเถรี เป็นต้น ประเสริฐกว่าภิกษุณีหลายร้อย พระมหาสาวก มีพระสารีบุตรเถระ เป็นต้น ประเสริฐกว่าภิกษุหลายร้อย เทพทั้งหลาย มีท้าวสักกะเป็นต้น ประเสริฐกว่าเทพทั้งหลาย พรหมทั้งหลาย มีมหาพรหมเป็นต้น ประเสริฐ กว่าพรหมหลายพัน ท่านเหล่านั้น ย่อมชมเชย ยกย่อง สรรเสริญ พระทสพล หมดทุกคน เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าท่านจึงเรียกว่า ปสัฏฐัปป สัฏฐะ ประเสริฐกว่าผู้ประเสริฐ. บทว่า อตฺถวสํ แปลว่า อานิสงส์ประโยชน์.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน