เล่มที่ 14

ส่วนที่ 299

หมวดหมู่: พระสุตตันตปิฎก ประเภทเนื้อหา: คำสอน ลำดับที่: 299


เนื้อหา

พระกุมารกัสสป. ท่านพระยา ถ้าอย่างนั้น อาตมาจักอุปมา ให้ฟัง ด้วยว่าวิญญูชนบางพวกในโลกนี้ ย่อมเข้าใจชัดอรรถของคำภาษิต แม้ด้วยอุปมา. ท่านพระยา เปรียบเหมือนก้อนเหล็กร้อนอยู่ทั้งวัน ที่เขาเผาไฟ จนลุกโชนโชติช่วงแล้วชั่งด้วยตาชั่ง ต่อมา ก้อนเหล็กนั้นก็เย็นสนิท แล้วชั่ง ด้วยตาชั่ง เมื่อใดก้อนเหล็กจึงเบา อ่อน หรือควรแก่งาน เมื่อถูกเผาร้อน โชนโชติช่วง หรือเมื่อเย็นสนิทแล้ว. พระยาปายาสิ. ท่านกัสสป เมื่อใด ก้อนเหล็ก ยังมีเตโชธาตุ และ วาโยธาตุ ถูกเผาร้อนโชน โชติช่วง เมื่อนั้น มันจะเบาอ่อน และควรแก่งาน แต่เมื่อใดก้อนเหล็กนั้น ไม่มีเตโชธาตุ และวาโยธาตุ เย็นสนิท เมื่อนั้น มันจะหนัก แข็งกระด้าง ไม่ควรแก่งาน. พระกุมารกัสสป. ท่านพระยา ข้อนี้ก็เปรียบเหมือนฉันนั้นนั่นแล เมื่อใด กายนี้ประกอบด้วยอายุไออุ่น และวิญญาณ เมื่อนั้นกายนี้จะเบาอ่อน และควรแก่งาน แต่เมื่อใดกายนี้ไม่ประกอบด้วยอายุ ไออุ่นและวิญญาณ เมื่อนั้น กายนี้ก็จะหนัก แข็งทื่อ และไม่ควรแก่งาน. ท่านพระยา โดยปริยายแม้นี้แล จงเห็นเถิดว่า แม้เพราะเหตุนี้ โลกอื่นมี สัตว์ผุดเกิดมี ผลวิบากของกรรม ที่สัตว์ทำดีทำชั่วมี. ว่าด้วยค้นหาชีวะของโจรผู้ตายแล้ว [๓๑๔ ] พระยาปายาสิ. ท่านกัสสปกล่าวอย่างนั้น ก็จริง ถึงอย่างนั้น ในข้อนี้ ข้าพเจ้าก็ยังยืนยันความเห็นของข้าพเจ้าที่ว่า แม้เพราะเหตุนี้ โลกอื่น ไม่มี สัตว์ผุดเกิดไม่มี ผลวิบากของกรรมที่สัตว์ทำดีทำชั่วไม่มี.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน