เล่มที่ 10

สองบทว่า เตสํเยว ธมฺมานํ มีความว่า เมื่อธรรมทั้งหลายมีรูป ธร...

หมวดหมู่: พระวินัยปิฎก ประเภทเนื้อหา: บทความ ลำดับที่: 554


เนื้อหา

สองบทว่า เตสํเยว ธมฺมานํ มีความว่า เมื่อธรรมทั้งหลายมีรูป ธรรมเป็นต้น เหล่าใดมีอยู่ ชื่อกฐินจึงมี ความประสมคือประมวลรูปธรรม เป็นต้นเหล่านั้น. ก็ด้วยคำว่า นามํ นามกมฺมํ เป็นต้น พระผู้มีพระภาค- เจ้าทรงแสดงว่า คำว่า กฐินนี้ สักว่าเป็นนามในธรรมเป็นอันมาก โดย ปรมัตถ์ ธรรมอันหนึ่งหามีไม่. สองบทว่า จตุวีสติยา อากาเรหิ มีความว่า (พึงทราบวิบัติแห่ง การกรานกฐิน) ด้วยเหตุที่กล่าวแล้วในหนหลัง มีคำว่า น อุลฺลิกฺขิตมตฺเตน เป็นต้น. สองบทว่า จตุวีสติยา อากาเรหิ มีความว่า (พึงทราบสมบัติแห่ง การกรานกฐิน) ด้วยเหตุที่กล่าวแล้วในหนหลัง มีคำว่า กฐินเป็นอันกราน แล้วด้วยผ้าใหม่ เป็นต้น. คำใดอันพึงจะกล่าวในนิมิตกรรมเป็นอาทิ คำทั้งปวงนั้น ได้กล่าว ไว้แล้วในวัณณนาแห่งกฐินขันธกะ. สองบทว่า เอกุปฺปาทา เอกนิโรธา มีความว่า การรื้อแห่งกฐิน แม้เมื่อเกิดขึ้น ย่อมเกิดขึ้นด้วยกัน แม้เมื่อดับ ย่อมดับด้วยกัน. สองบทว่า เอกุปฺปาทา นานานิโรธา มีความว่า การรื้อแห่ง กฐิน เมื่อเกิดขึ้น ย่อมเกิดขึ้นด้วยกัน, เมื่อดับ ย่อมดับต่างคราวกัน. มีคำอธิบายอย่างไร ? การรื้อแม้ทั้งปวง ย่อมเกิดขึ้นพร้อมกันกับ การกราน, จริงอยู่ เมื่อมีการกราน การรื้อย่อมมีเป็นธรรมดา ในบรรดาการกรานกฐิน ๘ เหล่านี้ สองเบื้องต้น เมื่อจะดับย่อมดับ คือถึงความรื้อ พร้อมกันกับการกราน. จริงอยู่ ความดับแห่งการกราน และ ความเป็นแห่งการรื้อ แห่งกฐินุทธาร ๒ นั่น ย่อมมีในขณะเดียวกัน นอกนี้ ย่อมดับต่างคราวกัน. เมื่อกฐินุทธารมปักกมนันติกาเป็นต้นแม้เหล่านั้น ถึง แล้วซึ่งความเป็นอาการรื้อ การกรานก็ยังคงอยู่.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน