เล่มที่ 10
[๑,๑๑๑] ถามว่า อย่างไร ชื่อว่า เลื่อมใสในสถานะควรเลื่อมใส ตอ...
หมวดหมู่: พระวินัยปิฎก ประเภทเนื้อหา: บทความ ลำดับที่: 526
เนื้อหา
[๑,๑๑๑] ถามว่า อย่างไร ชื่อว่า เลื่อมใสในสถานะควรเลื่อมใส ตอบว่า ภิกษุแสดงอธรรมว่า อธรรม ชื่อว่า ย่อมเลื่อมใสในสถานะ ควรเลื่อมใส ภิกษุแสดงธรรมว่า ธรรม ชื่อว่า ย่อมเลื่อมใสในสถานะควรเลื่อมใส. . . ภิกษุแสดงอาบัติชั่วหยาบว่า อาบัติชั่วหยาบ ชื่อว่า ย่อมเลื่อมใสใน สถานะควรเลื่อมใส ภิกษุแสดงอาบัติไม่ชั่วหยาบว่า อาบัติไม่ชั่วหยาบ ชื่อว่า ย่อมเลื่อมใส ในสถานะควรเลื่อมใส อย่างนี้ ภิกษุชื่อว่า ย่อมเลื่อมใสในสถานะควรเลื่อมใส. [๑,๑๑๒] ถามว่า อย่างไร ชื่อว่า ย่อมดูหมิ่นพรรคพวกอื่นด้วย เข้าใจว่า เราได้พรรคพวกแล้ว ตอบว่า ภิกษุบางรูปในพระธรรนวินัยนี้ เป็นผู้ได้พรรคพวก ได้ บริวาร มีพรรคพวก มีญาติ คิดว่า ผู้นี้ไม่ได้พรรคพวก ไม่ได้บริวาร ไม่ มีพรรคพวก ไม่มีญาติ จึงดูหมิ่นภิกษุนั้น ย่อมแสดงอธรรมว่า ธรรม แสดงธรรมว่า อธรรม. . . แสดงอาบัติชั่วหยาบว่า อาบัติไม่ชั่วหยาบ แสดง อาบัติไม่ชั่วหยาบว่า อาบัติชั่วหยาบ อย่างนี้ ภิกษุชื่อว่า ดูหมิ่นพรรคพวกอื่น ด้วยเข้าใจว่า เราได้พรรค พวกแล้ว. [๑,๑๑๓] ถามว่า อย่างไร ชื่อว่า ดูหมิ่นท่านผู้มีสุตะน้อยด้วยเข้าใจ ว่า เรามีสุตะมาก ตอบว่า ภิกษุบางรูปในพระธรรมวินัยนี้ เป็นผู้มีสุตะมาก ทรงจำสุตะ สั่งสมสุตะ ดูหมิ่นภิกษุนั้นว่า ท่านผู้นี้มีสุตะน้อย มีอาคมน้อย ทรงจำไว้ได้ น้อย ย่อมแสดงอธรรมว่า ธรรม แสดงธรรมว่า อธรรม. . . แสดงอาบัติ ชั่วหยาบว่า อาบัติไม่ชั่วหยาบ แสดงอาบัติไม่ชั่วหยาบว่า อาบัติชั่วหยาบ อย่างนี้ ภิกษุชื่อว่าดูหมิ่น ภิกษุมีสุตะน้อย ด้วยเข้าใจว่า เรามีสุตะ มาก.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน