เล่มที่ 10

[๑,๐๓๒] สังฆาทิเสส ๒๓ อนิยต ๒ นิสสัคคิยะ ๔๒ ปาจิตตีย์ ๑๘๘ ปา...

หมวดหมู่: พระวินัยปิฎก ประเภทเนื้อหา: บทความ ลำดับที่: 444


เนื้อหา

[๑,๐๓๒] สังฆาทิเสส ๒๓ อนิยต ๒ นิสสัคคิยะ ๔๒ ปาจิตตีย์ ๑๘๘ ปาฏิเทสนียะ ๑๒ เสขิยะ ๗๕ ระงับด้วยสมณะ ๓ คือ สัมมุขาวินัย ๑ ปฏิญญาตกรณะ ๑ ติณ- วตถารกะ ๑. [๑,๐๓๓] อุโบสถ ๒ ปวารณา ๒ กรรม ๔ อันพระชินเจ้าทรงแสดงแล้ว อุเทศ ๕ และอุเทศ ๔ ย่อมไม่มีโดยประการ อื่น และกองอาบัติมี ๗. [๑,๐๓๔] อธิกรณ์ ๔ ระงับด้วยสมถะ ๗ คือ ระงับด้วยสมถะ ๒ ด้วยสมถะ ๔ ด้วยสมถะ ๓ แต่กิจจาธิกรณ์ระงับด้วย สมถะ ๑. [๑,๐๓๕] คำใดที่เรากล่าวไว้ว่า ปาราชิก ดังนี้ ท่านจงฟังคำนั้น ดังจะกล่าว ต่อไป บุคคลเป็นผู้เคลื่อนแล้ว ผิดพลาด แลเหินห่างจากสัทธรรม อนึ่ง แม้สังวาสก็ ไม่มีในผู้นั้น เพราะเหตุนั้น เราจึงเรียก อาบัตินั้นว่า ปาราชิก. [๑,๐๓๖] คำใดที่เรากล่าวไว้ว่า สังฆา ทิเสส ดังนี้ ท่านจงฟังคำนั้น ดังจะกล่าว ต่อไป สงฆ์เท่านั้นให้ปริวาส ชักเข้าหา อาบัติเดิมให้มานัต อัพภาน เพราะเหตุนั้น เราจึงเรียกอาบัตินั้นว่า สังฆาทิเสส. [๑,๐๓๗] คำใดที่เรากล่าวไว้ว่า อนิยต ดังนี้ ท่านจงฟังคำนั้น ดังจะกล่าวต่อไป กองอาบัติชื่อว่าอนิยต เพราะไม่แน่ บท อันพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทำแล้วโดยมิใช่ ส่วนเดียว บรรดาฐานะ ๓ ฐานะอย่างใด อย่างหนึ่ง เรียกว่า อนิยต. [๑,๐๓๘] คำใดที่เรากล่าวไว้ว่า ถุล- ลัจจัย ดังนี้ ท่านจงฟังคำนั้น ดังจะกล่าว ต่อไป ภิกษุแสดงอาบัติถุลลัจจัย ในที่ใกล้ ภิกษุรูปหนึ่ง แ ละภิกษุรับอาบัตินั้น โทษ เสมอด้วยถุลลัจจัยนั้นไม่มี เพราะเหตุนั้น จึงเรียกโทษนั้นว่า ถุลลัจจัย.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน