เล่มที่ 7

หลังจากนั้น เมณฑกะคหบดีให้จัดแจงยวดยานที่งาม ๆ แล้วขึ้นสู่ยว...

หมวดหมู่: พระวินัยปิฎก ประเภทเนื้อหา: บทความ ลำดับที่: 141


เนื้อหา

หลังจากนั้น เมณฑกะคหบดีให้จัดแจงยวดยานที่งาม ๆ แล้วขึ้นสู่ยวด ยานที่งาม ๆ มียวดยานที่งาม ๆ หลายคันแล่นออกจากพระนครภัททิยะไปเฝ้า พระผู้มีพระภาคเจ้า. พวกเดียรถีย์เป็นอันมาก ได้เห็นเมณฑกะคหบดีกำลังมาแต่ไกลเทียว ครั้นแล้วได้ทักถามเมณฑกะคหบดีว่า ท่านคหบดี ท่านจะไปที่ไหน ? เมณ. ข้าพเจ้าจะไปเฝ้าพระสมณโคดม เจ้าข้า. ค. คหบดี ก็ท่านเป็นกิริยวาท จะไปเฝ้าสมณโคดมผู้เป็นอกิริยวาท ทำไม เพราะพระสมณโคดมเป็นอกิริยวาท แสดงธรรมเพื่อความไม่ทำ และ แนะนำสาวกตามแนวนั้น. ลำดับนั้น เมณฑกะคหบดีคิดว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น จักเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าแน่แท้ไม่ต้องสงสัย เพราะฉะนั้น เดียรถีย์ พวกนี้จึงพากันริษยา แล้วไปด้วยยวดยานตลอดภูมิภาคที่ยวดยานจะไปได้ ลง จากยวดยานแล้ว เดินเข้าไปในพุทธสำนัก ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้า นั่ง อยู่ ณ ที่ควรส่วนช้างหนึ่ง. พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงแสดงอนุปุพพิกถาแก่เมณฑกะคหบดี ผู้นั่ง อยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง คือ ทรงประกาศทานกถา สีลกถา สัคคกถา ซึ่งโทษแห่งกามอันต่ำทรามอันเศร้าหมอง และอานิสงส์ในความออกจากกาม ขณะเมื่อพระองค์ทรงทราบว่า ท่านเมณฑกะคหบดีมีจิตคล่อง มีจิตอ่อน มีจิตปลอดจากนิวรณ์ มีจิตเบิกบาน มีจิตผ่องใสแล้ว จึงทรงประกาศ พระธรรมเทศนาที่พระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงยกขึ้นแสดงด้วยพระองค์เอง คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ดวงตาเห็นธรรมปราศจากธุลี ปราศจากมลทิน ได้เกิดแก่ท่านเมณฑกะคหบดี ณ สถานที่นั่งนั้นแลว่า สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิด ขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งมวลมีความดับเป็นธรรมคา ดุจผ้าที่สะอาดปราศจาก มลทิน ควรรับน้ำย้อมด้วยดีฉะนั้น.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน