เล่มที่ 6
๑ สองบทว่า อภิกฺกนฺตาย รตฺคิยา มีความว่า เมื่อราตรีสิ้นไปมาก...
หมวดหมู่: พระวินัยปิฎก ประเภทเนื้อหา: บทความ ลำดับที่: 102
เนื้อหา
๑ สองบทว่า อภิกฺกนฺตาย รตฺคิยา มีความว่า เมื่อราตรีสิ้นไปมาก แล้ว อธิบายว่า ยังเหลืออยู่น้อย. บทว่า อภิกฺกนฺตวณฺณา คือวรรณะงาม ได้แก่มีวรรณะน่าชอบ ใจนัก. บทว่า เกวลกปฺปํ ได้แก่ทั้งสิ้น คือสิ้นเชิง. ชฎิลอุรุเวลกัสสปะ หมายถึงรัศมีแห่งวรรณะของท้าวมหาราชทั้ง ๔ กล่าวว่า ปุริมาหิ วณฺณนิภาทิ. หลายบทว่า กกุเธ อธิวตฺถา เทวตา ได้แก่เทวดาผู้สิ่งอยู่ที่ต้น รกฟ้า. บทว่า วสฺสชฺเชยฺยํ มีความว่า พึงคลี่ผึ่งไว้เพี่อต้องการจะไห้แห้ง. ต้นรกฟ้านั้น น้อมลงราวกะว่าทะลอย่างนี้ว่า พระเจ้าข้าขอพระองค์ทรงเอื้อม พระหัตถ์มาเถิด เพราะฉะนั้น ต้นรกฟ้านั้นจึงชื่อว่า อาทรหตฺโถ น้อม ลงดุจทูลว่า ขอจงทรงเอื้อมพระหัตถ์มา. บทว่า อุยฺโยเชตฺวา ได้แก่ทิ้ง. ภาชนะสำหรับติดไฟ เรียก มัณฑามุขี. ๒ ๑. ตั้งวิเคราะห์ให้บทปลงเป็นปฐนาวิภัติก่อนแล้ว จึงใช้สรรพนานโยคตามรูปเติมทีหลัง อนึ่ง ในวิเคราะห์นี้สงสัยว่าจะตกศัพท์ ฉัฏฐีวิภัติไปศัพท์หนึ่ง. ๒. พระบาลีเป็น มนฺทามุชิโย โบราณว่า เชิงกราน. บทว่า จิรปฏิกา มีความว่า จำเติมแต่กาลนาน. บทว่า เกสมิสฺสํ เป็นต้น มีความว่า ผมทั้งหลายนั่นเองชื่อว่า เกสมิสฺสํ มวยผม. ทุกบทมีนัยเหมือนกัน. หาบสำหรับใส่บริขารของดาบส ชื่อว่า ขาริกาชะ.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน