เล่มที่ 5

บทว่า ภิกษุณี ความว่า ที่ชื่อว่า ภิกษุณี เพราะอรรถว่าเป็นผู้...

หมวดหมู่: พระวินัยปิฎก ประเภทเนื้อหา: กฎระเบียบ ลำดับที่: 389


เนื้อหา

บทว่า อนึ่ง. . .ใด ความว่า ผู้ใด คือ ผู้เช่นใด. . . บทว่า ภิกษุณี ความว่า ที่ชื่อว่า ภิกษุณี เพราะอรรถว่าเป็นผู้ ขอ. . . นี้ชื่อว่า ภิกษุณี ที่ทรงประสงค์ในอรรถนี้. บทว่า ยังภิกษุณี ได้แก่ ภิกษุณีรูปอื่น. บทว่า ให้นวด คือ ให้บีบ ต้องอาบัติปาจิตตีย์. บทว่า ให้ฟั้น คือ ให้ขยำ ต้องอาบัติปาจิตตีย์. อาพาธ ๑ มีเหตุจำเป็น ๑ วิกลจริต ๑ อาทิกัมมิกา ๑ ไม่ ต้องอาบัติแล. วินิจฉัยในสิกขาบทที่ ๗ พึงทราบดังนี้:- ในคำว่า อุมฺมทฺทาเปติ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส นี้ มีวินิจฉัยว่า ในการบีบนวดไม่ปล่อยมือ เป็นอาบัติเพียงตัวเดียว. ในการบีบนวดปล่อยมือๆ เป็นอาบัติมากตัว โดยการนับประโยค. แม้ในการขยำก็นัยนี้นั่นแล. บทว่า คิลานาย ได้แก่ มีอาพาธ โดยที่สุดแม้ด้วยความเมื่อยล้าใน การเดินทาง. บทว่า อาปทาสุ ได้แก่ ในอันตรายมีร่างกายสั่นเท้า เพราะความ กลัวพวกโจรเป็นต้น. คำที่เหลือ ง่ายทั้งนั้น . สมุฏฐานเป็นต้นเช่นเดียวกัน กับสิกขาบทที่ ๓ นั้น แล. อรรถกถาฉัตตวรรค สิกขาบทที่ ๗ จบ โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระ- เชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี ครั้งนั้น ภิกษุณีทั้ง หลายใช้สิกขมานาให้นวดบ้าง ให้ฟั้นบ้าง คนทั้งหลายเที่ยวไปในวิหารพบ เห็นแล้ว พากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนภิกษุณีทั้งหลายจึงได้ใช้ สิกขมานาให้นวดบ้าง ให้ฟั้นบ้าง เหมือนสตรีคฤหัสถ์ผู้บริโภคกามเล่า.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน