เล่มที่ 3

บทว่า อตฺตุทฺเทสิกาโย ได้แก่ เฉพาะตนเอง, อธิบายว่า อัน ภิกษุ...

หมวดหมู่: พระวินัยปิฎก ประเภทเนื้อหา: บทความ ลำดับที่: 315


เนื้อหา

บทว่า อสฺสามิกาโย ได้แก่ ไม่มีผู้เป็นใหญ่, อธิบายว่า เว้น จากผู้สร้างถวาย. บทว่า อตฺตุทฺเทสิกาโย ได้แก่ เฉพาะตนเอง, อธิบายว่า อัน ภิกษุปรารภเพื่อประโยชน์แก่ตน. บทว่า อปฺปมาณิกาโย ได้แก่ ไม่มีประมาณกำหนด*ไว้ว่าอย่างนี้ว่า * ฎีการวิมติและสารัตถทีปนี้ เป็น อปฺปริจฺฉินฺนปฺปมาณาโย แปลว่า ไม่ได้กำหนด ประมาณไว้, หรือไม่มีกำหนดและไม่มีประมาณ. จักถึงความสำเร็จด้วยเครื่องอุปกรณ์เพียงเท่านี้ หรือขยายกว้างยาวไม่มี ประมาณ อธิบายว่า ใหญ่ไม่มีประมาณ. ภิกษุเหล่านี้ มีการขอร้องเท่านั้นมาก การงานอื่น มีน้อย เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่าเป็นมากไปด้วยการขอร้อง. พวกภิกษุ เหล่านั้นเป็นผู้มากด้วยการขอ ก็พึงทราบอย่างนี้. แต่โดยใจความใน สองบทว่า ยาจนพหุลา วิญฺตฺติพหุลา นี้ ไม่มีเหตุแตกต่างกัน. คำนั้น เป็นชื่อรองพวกภิกษุผู้วอนขอหลายครั้งว่า ท่านจงให้คน. จงให้หัตถ- กรรมที่คนต้องทำ (แรงงาน). บรรดาคนและหัตถกรรมนั้น จะขอคน โดยความขาดมูลไม่ควร. จะขอว่า พวกท่านจงให้คนเพื่อประโยชน์แก่ การร่วมมือ เพื่อประโยชน์แก่การทำงาน ควรอยู่. หัตถกรรมที่คนพึง กระทำท่านเรียกว่า แรงงาน, จะขอแรงงาน ควรอยู่. [วิญญัติกถาว่าด้วยการออกปากขอ] ขึ้นชื่อว่าหัตถกรรมมิใช่เป็นวัตถุบางอย่าง, เพราะเหตุนั้น หัตถ- กรรมนั้น เว้นการงานส่วนตัวของพวกพรานเนื้อและชาวประมงเป็นต้น เสีย ที่เหลือเป็นกัปปิยะทั้งหมด. เมื่อเขาถามว่า ท่านมาทำไมขอรับ ? มีการงานที่ใครจะต้องทำหรือ ? หรือว่า ไม่ถาม จะขอ ก็ควร. ไม่มี โทษ เพราะการขอเป็นปัจจัย. เพราะเหตุนั้น พวกพรานเนื้อเป็นต้น ภิกษุ ไม่ควรขอกิจการส่วนตัวเขา. ทั้งไม่ได้กำหนดให้แน่นอนลงไป ไม่ควร ขอว่า พวกท่านจงให้หัตถกรรม. เพราะพวกพรานเนื้อเป็นต้นนั้น ถูก ภิกษุขออย่างนั้นแล้ว จะต้องรับคำว่า ได้ ขอรับ ! แล้วนิมนต์ภิกษุให้ กลับไป พึงฆ่าเนื้อมาถวายได้ แต่ควรขอกำหนดลงไปว่า ในวิหาร มีกิจการบางอย่างจำต้องทำ, พวกท่านจงให้หัตถกรรมในวิหารนั้น. การ ที่ภิกษุจะขอหัตถกรรมบางอย่างกะชาวนา หรือคนอื่นแม้ผู้ขวนขวายใน การงานของตน ซึ่งถือเอาเครื่องอุปกรณ์ มีผาลและไถเป็นต้น กำลัง เดินไปเพื่อไถนาก็ดี เพื่อหว่านก็ดี เพื่อเกี่ยวก็ดี สมควรแท้.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน