เล่มที่ 2
เจ้าลัทธิ นั้นเป็นผู้ห้ามน้ำเย็น แม้จะถ่ายอุจจาระก็ไม่ใช้น้ำ
หมวดหมู่: พระวินัยปิฎก ประเภทเนื้อหา: บทความ ลำดับที่: 972
เนื้อหา
เจ้าลัทธิ นั้นเป็นผู้ห้ามน้ำเย็น แม้จะถ่ายอุจจาระก็ไม่ใช้น้ำ. ได้น้ำร้อนหรือน้ำข้าวจึงใช้. เขาเดินผ่านแม่น้ำ หรือน้ำในทางก็คิดว่า เราศีลขาดแล้ว ก่อทรายทำเป็นสถูป อธิษฐานศีลเดินต่อไป ปกุธกัจจายนะผู้นี้เป็นเจ้าลัทธิที่ไม่มีศักดิ์ศรีเห็นปานนี้. คำว่า สญฺชโย เป็นชื่อของเจ้าลัทธินั้น. ชื่อว่า เวลฎัฐบุตร เพราะเป็น บุตรของเวลัฏฐ. เจ้าลัทธิชื่อว่า นิคันถะ โดยได้นามเพราะพูดอย่างนี้ว่า พวกเราไม่มีกิเลสเครื่องร้อยรัด ไม่มีกิเลสเครื่องพัวพัน ว่าพวกเราเว้นจาก เครื่องร้อยรัดคือกิเลส. ชื่อว่า นาฏบุตร เพราะเป็นบุตรของนาฏกะนักรำ. บทว่า อพฺภญฺึสุ ความว่า สมณพราหมณ์รู้ไม่รู้ก็โดยที่พวกเขาปฏิญญาไว้. ท่านกล่าวคำอธิบายไว้ว่า ถ้าปฏิญญานั้นของพวกเขาเป็นนิยานิกะไซร้ เขา ทั้งหมดก็รู้ ถ้าไม่เป็นนิยานิกะไซร้ พวกเขาก็ไม่รู้ เพราะฉะนั้น ความของ ปัญหานั้นจึงมีดังนี้ว่าปฏิญญาของพวกเขาเป็นนิยานิกะ หรือเป็นอนิยานิกะ. ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงปฏิเสธว่า พอละเพราะไม่มี ประโยชน์ด้วยการกล่าวถึงปฏิญญา ที่เป็น อนิยานิกะของเจ้าลัทธิเหล่านั้น เมื่อจะประกาศบทที่มีประโยชน์ด้วยอุปมา เพื่อจะทรงแสดงเฉพาะธรรม จึงตรัส คำว่า พราหมณ์ เราจะเแสดงธรรมแก่ท่าน ดังนี้เป็นต้น. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สจฺฉิกิริยาย แปลว่า เพื่อกระทำให้แจ้ง. บทว่า น ฉนฺทํ ชเนติ ความว่า ไม่ให้เกิดความพอใจใคร่จะทำ. บทว่า น วายมติ ได้แก่ ไม่ การทำความพยายาม ความบากบั่น. บทว่า โอลีนวุตฺติโก จ โหติ ได้แก่ เป็นผู้มีอัธยาศัยเหยาะแหยะ. บทว่า สาถิลิโก ได้แก่ ผู้ถือย่อหย่อน คือถือ ศาสนาย่อหย่อน ไม่ถือให้หนักแน่น. บทว่า อิธ พฺรหมฺณ ภิกฺขุ วิวิจฺเจว กาเมหิ ถามว่า ธรรมมีปฐมฌานเป็นต้นเหล่านี้ จะยิ่งกว่าญาณทัสสนะได้ อย่างไร. แก้ว่า จริงอยู่ ธรรมทั้งหลายมีปฐมฌานเป็นต้น เป็นบาทของ วิปัสสนา ชื่อว่าต่ำกว่า เพราะทำให้เป็นบาทแห่งนิโรธ ธรรมเหล่านี้จึงชื่อว่า เป็นบาทแห่งนิโรธ เพราะฉะนั้น พึงทราบว่า ญาณทัสสนะนั้น ยิ่งยวดกว่า. พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงจบพระสูตรแม้นี้ ตามอนุสนธิด้วยประการฉะนี้. ใน เวลาจบเทศนาพราหมณ์ก็ตั้งในสรณะแล.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน