เล่มที่ 2
เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงกล่าวว่า คำนี้แสดงการที่ ภิกษุนั้น ...
หมวดหมู่: พระวินัยปิฎก ประเภทเนื้อหา: บทความ ลำดับที่: 561
เนื้อหา
เสนาสนะนั้น ย่อมเป็นสถานที่เหมาะแก่การเจริญอานาปานัสสติสมาธิ นั้น ด้วยประการฉะนี้. เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงกล่าวว่า คำนี้แสดงการที่ ภิกษุนั้น เลือกหาเสนาสนะที่เหมาะแก่การเจริญอานาปานัสสติสมาธิ. อีกอย่าง หนึ่ง เพราะอานาปานัสสติกรรมฐานนี้เป็นยอดในประเภทแห่งกรรมฐาน เป็น ปทัฏฐานแห่งการบรรลุคุณพิเศษ และเป็นสุขวิหารธรรมในปัจจุบัน ของพระ พระสัพพัญญูพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้าและพระสาวก อันพระโยคาวจรไม่ ละชายบ้านที่อื้ออึงด้วยเสียงสตรี บุรุษ ช้าง และม้าเป็นต้น จะเจริญให้ถึง พร้อม ทำไม่ได้ง่าย เพราะเสียงเป็นข้าศึกต่อฌาน; แต่ในป่าซึ่งไม่ใช่บ้าน พระโยคาวจรกำหนดกรรมฐานนี้แล้ว ยังจตุตถฌานอันมีลมหายใจเข้าและหาย ใจออก เป็นอารมณ์ให้เกิดแล้ว ทำฌานนั้นนั่นเองให้เป็นบาทพิจารณาสังขาร ทั้งหลาย เราอนุญาตให้ฉันผลไม้ โดยสมณโวหาร ๕ อย่าง. มีอรรถว่า กาละ ได้ในคำมีอาทิอย่างนี้ว่า ได้ยินว่า ด้วยเหตุที่เราอยู่ตลอดกาลเป็นนิจ. มีอรรถว่า บัญญัติได้ในคำมีอาทิอย่างนี้ว่า ท่านบัญญัติดังนี้. มีอรรถว่า ตัดได้ในคำมี อาทิอย่างนี้ แต่งตัว ตัดผม และหนวด. มีอรรถว่า วิกัปป์ ได้ในคำมีอาทิ อย่างนี้ว่า วิกัปป์ ๒ องคุลีควร. มีอรรถเลิศ ได้ในคำมีอาทิอย่างนี้ว่า มีเลิศ เพึ่อจะนอน. มีอรรถว่า โดยรอบ ได้ในคำมีอาทิอย่างนี้ว่า ทำให้สว่างโดย รอบพระเชตวัน. แต่ในที่นี้ ท่านประสงค์เอากัปปศัพท์นั้นว่า มีอรรถะว่า โดยรอบ. เพราะฉะนั้น ในคําว่า เกวลกปฺปํ อนฺธวนํ นี้ พึงเห็นเนื้อความ อย่างนี้ว่า โดยรอบอันธวัน ไม่มีส่วนเหลือ. บทว่า โอภาเสตฺวา ความว่า แผ่ไปด้วยรัศมีที่เกิดขึ้นจากสรีระอันประดับด้วยผ้าทำให้มีโอภาสเป็นอันเดียวกัน เหมือนดวงจันทร์และดวงอาทิตย์. บทว่า เอกมนฺตํ อฏฺาสิ ได้แก่ ยืน ณ ส่วนข้างหนึ่ง คือในโอกาสหนึ่ง. บทว่า เอตทโวจ ได้แก่ ตรัสกะภิกษุ นั่นว่า ภิกษุ ภิกษุ ดังนี้เป็นต้น.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน