เล่มที่ 2

บทว่า มีจิตอย่างนี้ มีใจอย่างนี้ ความว่า ธรรมชาติอันใดเป็นจิ...

หมวดหมู่: พระวินัยปิฎก ประเภทเนื้อหา: บทความ ลำดับที่: 437


เนื้อหา

บทว่า มีจิตอย่างนี้ มีใจอย่างนี้ ความว่า ธรรมชาติอันใดเป็นจิต ธรรมชาติอันนั้นชื่อว่าใจ ธรรมชาติอันใดเป็นใจ ธรรมชาติอันนั้นชื่อว่าจิต. บทว่า มีความมุ่งหมายหลายอย่าง อย่างนี้ คือมีความหมายใน อันตาย มีความจงใจในอันตาย มีความประสงค์ในอันคาย. บทว่า โดยหลายนัย คือ โดยอาการมากมาย. บทว่า พรรณนาคุณในความตายก็ดี ได้แก่ แสดงโทษในความ เป็นอยู่ พรรณนาคุณในความตายว่า ท่านตายจากโลกนี้แล้ว เบื้องหน้าแต่ ตายเพราะกายแตก จักเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ จักได้รับบำเรอเพรียบพร้อม อิ่มเอิบด้วยเบญจกามคุณอันเป็นทิพย์ ในสุคติโลกสวรรค์นั้น. กกจูปมสูตร มีคำเริ่มต้นว่า ข้าพเจ้าได้ฟังมาอย่างนี้. พึงทราบวินิจฉัยใน กกจูปมสูตรนั้น ดังต่อไปนี้. คำว่า โมลิย- ผัคคุนะ นี้ มวยผม ท่านเรียกว่า โมลี. เหมือนอย่างที่ท่านกล่าวไว้ว่า เฉตฺวาน โมลี วรคนฺธวาสิตํ เวหาสยํ อุกฺขิปิ สากฺยปุงฺคโว รตนจงฺโกฏวเรน วาสโว สหสฺสเนตฺโต สิรสา ปฏิคฺคหิ. จอมศากยะผู้ประเสริฐสุด ทรงตัดพระเมาลี (คือมวยผม) อันอบด้วยของหอมอย่างดีแล้ว โยนขึ้นไปในอากาศ ท้าววาสวะสหัสสเนตรทรง เอาผอบแก้ว อันประเสริฐ ทูนพระเศียร รับไว้ ดังนี้. ในเวลาที่ท่านเป็นคฤหัสถ์มีมวยผมใหญ่ เพราะเหตุนั้น เขาจึงเรียกท่านว่า โมลิยผัคคุนะ.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน