เล่มที่ 2
เมื่อโทสะเกิดขึ้นในสัตว์ทั้งหลาย พระโยคีพึงเจริญเมตตาด้วยสาม...
หมวดหมู่: พระวินัยปิฎก ประเภทเนื้อหา: บทความ ลำดับที่: 395
เนื้อหา
เมื่อโทสะเกิดขึ้นในสัตว์ทั้งหลาย พระโยคีพึงเจริญเมตตาด้วยสามารถ แห่งสูตรทั้งหลายที่นำความอาฆาตออกมีกกโจปมสูตรเป็นต้น เมื่อเจริญเมตตา อยู่ ก็ย่อมละโทสะนั้นได้ ด้วยเหตุนั้น การเจริญเมตตานั้น จึงชื่อว่า นิมิตอื่น. ปลาทั้งหลายที่ว่ายมาแล้ว ๆ ถึงประตูแล้ว ก็หนีไปทางกระพุ้งและช่อง, เป็น ภัณฑไทยเหมือนกัน. ภิกษุจับไซเปล่าโยนไปไว้บนพุ่มไม้ เป็นภัณฑไทย เหมือนกัน ฉะนี้แล. ภัณฑะบนยาน ก็เป็นเช่นกับภัณฑะในถุงที่วางไว้บนตั่ง. ในเรื่องชิ้นเนื้อ มีวินิจฉัยดังนี้ :- ถ้าภิกษุรับเอา (ชิ้นเนื้อ) ในอากาศ ที่ ๆ ภิกษุรับเอานั่นเองเป็นฐาน. พึงกำหนดฐานนั้นด้วยอาการ ๖ แล้วทราบ การให้เคลื่อนจากฐาน. คำที่เหลือในเรืองชิ้นเนื้อนี้ และในเรื่องแพไม้ เรื่อง คนเลี้ยงโค กับเรื่องผ้าสาฎกของช่างย้อม พึงวินิจฉัยโดยนัยแห่งเรื่องมีเรื่อง พวกขโมยลักมะม่วงเป็นต้น. ในเรื่องหม้อ มีวินิจฉัยดังนี้:- ภิกษุใดถือเอาเนยใสและน้ำมันเป็นต้น ซึ่งมีราคาไม่ถึงบาท ด้วยทำในใจว่า เราจักไม่ทำอย่างนี้อีก คงอยู่ในสังวร แม้ในวันที่สองเป็นต้น เมื่อเกิดความคิดขึ้นอีก ก็ทำการทอดธุระเหมือนอย่าง นั้นนั่นแล ขณะฉันก็ฉันเนยไสและน้ำมันเป็นต้นนั้นแม้ทั้งหมด ไม่เป็น ปาราชิกเลย, เธอย่อมต้องทุกกฏหรือถุลลัจจัย และเป็นภัณฑไทยด้วย. ภิกษุ แม้นี้ ก็ได้ทำอย่างนั้นเหมือนกัน. เพราะเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า จึง ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุ เธอไม่ต้องอาบัติปาราชิก. ก็เมื่อภิกษุไม่ทำการทอดธุระ แต่ฉันเนยใสและน้ำมันเป็นต้นนั้น แม้ที่ละน้อย ๆ ด้วยคงใจว่า เราจักฉัน ทุกวัน ๆ ดังนี้, ในวันใดมีราคาเต็มบาท, ในวันนั้นเป็นปาราชิก.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน