เล่มที่ 2

ส่วนที่ 1026

หมวดหมู่: พระวินัยปิฎก ประเภทเนื้อหา: บทความ ลำดับที่: 1026


เนื้อหา

๒. ข้อว่า ท่านได้บรรลุด้วยวิธีอะไร ? คือ เป็นคำถามถึงอุบาย. ความจริงในข้อนี้ มีอธิบายดังต่อไปนี้ คือ ท่านทำอนิจจลักษณะให้เป็นธุระ แล้วจึงได้บรรลุ ? หรือท่านทำบรรดาทุกขลักษณะแลอนัตตลักษณะ อย่างใด อย่างหนึ่งให้เป็นธุระแล้ว จึงได้บรรลุ ? ท่านตั้งมั่นแล้วด้วยอำนาจสมาธิ หรือ ตั้งมั่นแล้วด้วยอำนาจวิปัสสนาจึงได้บรรลุ ? อนึ่ง ท่านตั้งมั่นแล้วในรูปธรรม หรือตั้งมั่นแล้วในอรูปธรรม จึงได้บรรลุ ? ท่านตั้งมั่นแล้วในกายเป็นภายใน หรือตั้งมั่นแล้วในกายเป็นภายนอก จึงได้บรรลุ. ? ๓. ข้อว่า ท่านได้บรรลุเมื่อไร ? คือ เป็นคำถามถึงกาล. มีคำ อธิบายว่า ในบรรดากาลเช้าและเที่ยงเป็นต้น กาลใดกาลหนึ่ง ?. ๔. ข้อว่า ท่านได้บรรลุที่ไหน ? คือ เป็นคำถามถึงโอกาส. มี คำอธิบายว่า ในโอกาสไหน? คือในที่พักกลางคืน ในที่พักกลางวัน ที่โคน ต้นไม้ ที่มณฑป หรือในวิหารหลังไหน ? ๕. ข้อว่า ท่านละกิเลสเหล่าไหนได้ ? คือ เป็นคำถามถึงกิเลส ที่ละได้แล้ว. มีคำอธิบายว่า กิเลสทั้งหลายที่มรรคจำพวกไหนฆ่าท่านละได้แล้ว. ๖. ข้อว่า ท่านได้ธรรมเหล่าไหน ? คือ เป็นคำถามถึงธรรมที่ ได้แล้ว มีคำอธิบายว่า บรรดามรรคมีปฐมมรรคเป็นต้น ท่านได้ธรรมเหล่า ไหน ?. เพราะฉะนั้น ในบัดนี้ ถ้าแม้ภิกษุรูปไรๆ พึงพยากรณ์การบรรลุ อุตริมนุสธรรม, เธออันใคร ๆ ไม่ควรสักการะ ด้วยคำพยากรณ์มีประมาณ เพียงเท่านี้ก่อน. แต่เธอควรถูกทักท้วง เพื่อสอบสวนให้ขาวสะอาด ในฐานะ ทั้ง ๖ เหล่านี้ว่า ท่านได้บรรลุอะไร ? คือ ว่าท่านได้บรรลุฌาน หรือได้บรรลุ บรรดาวิโมกข์ เป็นต้น อย่างใดอย่างหนึ่งหรือ ? จริงอยู่ ธรรมที่บุคคลใด ได้ บรรลุแล้ว ย่อมเป็นของปรากฏแก่บุคคลนั้น. ถ้าเธอกล่าวว่า ข้าพเจ้าได้ บรรลุธรรมชื่อนี้ ลำดับนั้น ควรสอบถามเธอว่า ท่านได้บรรลุด้วยวิธีไร ?. คือ ควรซักถามว่า ท่านทำอะไร ในบรรดาไตรลักษณ์ มีอนิจจลักษณะเป็นต้น ให้เป็นธุระ หรือตั้งมั่นอยู่ด้วยหัวข้ออะไร ในบรรดาอารมณ์ ๓๘ อย่าง หรือ ในบรรดาธรรมอันต่างด้วยรูปธรรม อรูปธรรม กายเป็นภายใน และกายเป็น ภายนอกเป็นต้น จึงได้บรรลุ ? แท้จริงความตั้งมั่นใดของบุคคลใดมี ความตั้ง มั่นนั่นย่อมปรากฏก็บุคคลนั้น. ถ้าภิกษุกล่าวว่า ความตั้งมั่นชื่อนี้ของข้าพเจ้า มีอยู่, ข้าพเจ้าได้บรรลุด้วยวิธีอย่างนี้ ดังนี้, ลำดับนั้น ควรสอบถามเธอดูว่า ท่านได้บรรลุเมื่อไร ? คือ ควรซักถามเธอว่า ท่านได้บรรลุในเวลาเช้าหรือใน บรรดาเวลาเที่ยงเป็นต้น เวลาใดเวลาหนึ่งหรือ ? ความจริง กาลที่ตนได้บรรลุ ย่อมเป็นของปรากฏแก่ชนทุกจำพวก. ถ้าภิกษุกล่าวว่า ข้าพเจ้าได้บรรลุในกาล ชื่อโน้น, ลำดับนั้น ควรสอบถามเธอดูว่า ท่านได้บรรลุที่ไหน ? คือ ควร ซักถามเธอว่า ท่านได้บรรลุในที่พักกลางวัน หรือในบรรดาที่พักกลางคืนเป็น ต้น โอกาสใดโอกาสหนึ่งหรือ ? ความจริง โอกาสที่ตนได้บรรลุ ย่อมปรากฏ แก่ชนทุกจำพวก. ถ้าภิกษุกล่าวว่า ข้าพเจ้าได้บรรลุในโอกาสชื่อโน้น, ลำดับ นั้น ควรสอบถามเธอดูว่า ท่านละกิเลสเหล่าไหนได้ คือควรซักถามเธอว่า กิเลสทั้งหลาย ที่ปฐมมรรคพึงฆ่า หรือที่ทุติยมรรคเป็นต้นพึงฆ่า ท่านละได้ แล้ว ? ความจริง กิเลสอันมรรคที่ตนได้บรรลุละได้แล้ว ย่อมปรากฏแก่ชน ทุกจำพวก. ถ้าภิกษุกล่าวว่า กิเลสชื่อเหล่านี้ ข้าพเจ้าละได้แล้ว, ลำดับนั้น ควรสอบถามเธอดูว่า ท่านได้ธรรมเหล่าไหน ? คือ ควรซักถามเธอดูว่า ท่าน ได้โสดาปัตติมรรค หรือได้บรรดามรรคมีสกทาคามิมรรคเป็นต้น อย่างใด อย่างหนึ่งหรือ ? ความจริง ธรรมที่ตนได้บรรลุแล้ว ย่อมปรากฏแก่ชนทุกจำ พวก. ถ้าภิกษุกล่าวว่า ข้าพเจ้าได้ธรรมชื่อเหล่านี้, ไม่ควรเชื่อถือคำพูดของ เธอ แม้ด้วยคำพยากรณ์ มีประมาณเพียงเท่านี้. จริงอยู่ ภิกษุทั้งหลาย ผู้พหูสูต เป็นผู้ฉลาดในการเรียนและการสอบถามย่อมสามารถสอบสวนฐานะทั้ง ๖ เหล่า นี้ ให้ขาวสะอาดได้.


เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน