พระวินัยปิฎก มหาวิภังค์ เล่ม ๑ ภาค ๑
ถัดจาก ๑๔ บทนั้นไป ในบทว่า คิหีติ มํ ธาเรหิ นี้ มีวินิจฉัยดั...
หมวดหมู่: พระวินัยปิฎก ประเภทเนื้อหา: บทความ ลำดับที่: 782
เนื้อหา
ถัดจาก ๑๔ บทนั้นไป ในบทว่า คิหีติ มํ ธาเรหิ นี้ มีวินิจฉัยดังนี้:- ถ้าว่าภิกษุผู้กระสันนั้นกล่าวว่า คิหี ภวิสฺสามิ ข้าพเจ้าจักเป็นคฤหัสถ์ ดังนี้ก็ดี คิหี โมมิ ข้าพเจ้าจะเป็นคฤหัสถ์ ดังนี้ก็ดี คิหี ชาโตมฺหิ ข้าพเจ้าเกิดเป็นคฤหัสถ์แล้ว ดังนี้ก็ดี คิหิมฺหิ ข้าพเจ้าย่อมเป็นคฤหัสถ์ ดังนี้ก็ดี สิกขา ย่อมเป็นอันไม่บอกลา ก็ถ้ากล่าวว่า อชฺช ปฏฺาย คิหีติ มํ ตั้งแต่วันนี้ไป ขอท่านจงทรงจำข้าพเจ้า ธาเรหิ ว่าเป็นคฤหัสถ์ ดังนี้ก็ดี อชฺช ปฏฺาย คิหีติ มํ ตั้งแต่วันนี้ไป ขอท่านจงรู้ ข้าพเจ้าว่า ชานาหิ เป็นคฤหัสถ์ ดังนี้ก็ดี อชฺช ปฏฺาย คิหีติ มํ ตั้งแต่วันนี้ไป ขอท่านจงจำหมาย สญฺชานาหิ ข้าพเจ้าว่าเป็นคฤหัสถ์ ดังนี้ก็ดี อชฺช ปฏฺาย คิหีติ มํ ตั้งแต่วันนี้ไป ขอท่านจงใฝ่ใจ ข้าพเจ้า มนสิกโรหิ ว่าเป็นคฤหัสถ์ ดังนี้ก็ดี หรือกล่าวโดย โวหารของชาวอริยกะ หรือโวหารของชาวมิลักขะก็ดี เมื่อเธอกล่าวเนื้อความ นั้นอย่างนี้แล้ว ถ้าผู้ที่ตนบอกเข้าใจ, สิกขาก็ย่อมเป็นอันบอกลา ใน ๗ บท มีว่า อุปาสโก เป็นต้นแม้ที่เหลือ ก็นัยนั่น. ก็ ๘ บท เหล่านี้ และ ๑๔ บทเบื้องต้น จึงรวมเป็น ๒๒ บท ฉะนี้แล. ถัดจาก ๘ บท นั้นไป ท่านกล่าวประมวล ๑๔ บทเบื้องต้นนั่นแลเข้าด้วย ๔ บทเหล่านั้น คือ อลมฺเม, กินฺนุเม, ม มมตฺโถ, สุมุตฺตาหํ, จึงเป็น ๕๖ บท.
เนื้อหาถูกจัดระเบียบและประมวลผลเพื่อให้อ่านง่าย รักษาความหมายเดิมไว้ครบถ้วน