วัดท่าโพธิ์

วัดท่าโพธิ์ ตั้งอยู่ถนนท่าโพธิ์ ตำบลท่าวัง อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 42 ไร่ 1 งาน 91 ตารางวา อาณาเขต ทิศเหนือจดคลองท่าวัง ทิศใต้จดโรงเรียนเทศบาล วัดท่าโพธิ์ ทิศตะวันออกจดถนนด่านภาษี ทิศตะวันตกจดคลองท่าวัง มีอาคารเสนาสนะ ประกอบด้วย อุโบสถ 1 หลัง สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก กุฏิสงฆ์ จำนวน 14 หลัง วิหาร 1 หลัง สร้างเมื่อ พ.ศ. 2494 นอกจากนี้มี ฌาปนสถาน โรงครัว และเรือนเก็บพัสดุ ปูชนียะวัตถุ มีพระประธาน 2 องค์ องค์แรก เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 42 นิ้ว องค์ที่ 2 เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่อง ปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 3 ศอก สร้างในสมัยเจ้าพระยานคร (น้อย) และยังมีพระพุทธรูปปางรำพึง 2 องค์ และเจดีย์ รูปสี่เหลี่ยมย่อมุมไม้ 12 ทรงมณฑป

วัดท่าโพธิ์ เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร วัดท่าโพธิ์เป็นวัดโบราณสร้างขึ้นใน 2 ยุคสมัย เดิมสร้างขึ้นในสมัยอยุธยา แต่หลักฐานการสร้างไม้ชัดเจน สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ต่อมาในปี พ.ศ. 2181 พระรามราชท้ายน้ำดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช ได้มีโจรสลัดจาก เกาะสิงคโปร์ ยกพวกเข้าปล้นเมืองนคร พระรามราชท้ายน้ำได้ทำการต่อสู้จนเสียชีวิต โจรสลัดบุกถึงวัดท่าโพธิ์ เผาทำลายบ้านเรือนราษฎรและวัดเสียหายหมด ปัจจุบันบริเวณวัดท่าโพธิ์เก่า เป็นที่ตั้งของโรงเรียนเทศบาล วัดท่าโพธิ์ ยังปรากฏมีซากปรักหักพังของพระอุโบสถให้เห็น ภายในพระอุโบสถ มีพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย 1 องค์ และเคียรพระพุทธรูปศิลาทรายขาวสมัยอยุธยา จำนวน 3 เคียร ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (พัด) ได้อุทิศพื้นที่ของวังเดิมให้สร้าง วัดท่าโพธิ์ขึ้นใหม่ สันนิษฐานว่าสร้างในปี พ.ศ. 2327 วัดท่าโพธิ์ที่สร้างขึ้นใหม่อยู่ห่างจากวัดเดิมไปทางเหนือ ประมาณ 40 เมตร ได้ปลูกต้นโพธิ์บริเวณหน้าวัดเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของวัด วัดท่าโพธิ์มีสิ่งปลูกสร้างเพื่อเป็น อนุสรณ์ของเจ้าพระยานครศรีธรรมราช (พัด) คือ กำแพงวัดสร้างลักษณะใบเสมาคล้ายรูปพัด เมื่อท่าน ถึงแก่อสัญกรรมในปี พ.ศ. 2385 เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อย) ผู้เป็นบุตรได้นำอัฐิของท่านบรรจุไว้ในเจดีย์ หลังพระประธานเจดีย์ดังกล่าวยังคงอยู่จนปัจจุบันนี้ วัดท่าโพธิ์เจริญรุ่งเรืองสืบมา จนสมัยพระศรีไหมดำรง ตำแหน่งเจ้าอาวาส ท่านได้มรณภาพลงในปี พ.ศ. 2414 วัดท่าโพธิ์จึงกลายเป็นวัดร้าง สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ เช่น พระอุโบสถ หอไตรและกุฏิสงฆ์ได้ชำรุดและปรักหักพัง สภาพบริเวณวัดมีต้นไม้ขึ้นปกคลุมรกรุงรัง ต่อมาในปี พ.ศ. 2417 เจ้าพระยาสุธรรมมนตรี (หนูพร้อม) ได้นิมนต์พระครูการาม (จู) เจ้าอาวาสวัดมเหยงค์มาปกครอง วัดเพื่อบูรณะและฟื้นฟูวัดให้กลับมีสภาพดีดังเดิม

พระครูการามได้บูรณปฏิสังขรณ์วัดสร้างศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์และหอฉัน จัดให้มีการสอนพระปริยัติธรรมแก่พระภิกษุ ท่านได้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสเป็นเวลาถึง 10 ปี ได้มรณภาพลงในปี พ.ศ. 2427 พระมหาม่วง สิริรัตน์ได้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสสืบต่อมาจนถึง พ.ศ. 2477 ต่อมาท่านได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระรัตนธัชมุน ในช่วงที่พระรัตนธัชมุนี (ม่วง) ปกครองวัด วัดท่าโพธิเจริญรุ่งเรืองมาก ท่านได้บูรณะปฏิสังขรณ์และสร้างเสนาสนะ ได้จัดการศึกษาของพระภิกษุสามเณร ตามแนวทางวัดมกฏกษัตริยาราม ก่อตั้งโรงเรียนสามัญสำหรับฆราวาสในปี พ.ศ. 2442 และตั้งโรงเรียนช่างถม ขึ้นในวัดในปี พ.ศ. 2459 และได้เปลี่ยนแปลงเป็นวัดฝ่ายธรรมยุตินิกาย ในปี พ.ศ. 2460 ในรัชกาล พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว วัดท่าโพธิ์ได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร ในอดีตวัดท่าโพธิ์เป็นวัดที่มีความเจริญมาก พระมหากษัตริย์ไทยหลายรัชกาลได้เสด็จพระราชดำเนิน ทอดพระเนตรเมื่อ เสด็จประพาสภาคใต้ ในปี พ.ศ. 2441 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสเมือง นครศรีธรรมราชโดยเรือกลไฟ ได้เสด็จจากปากพญามาทางคลองท่าวัง และเสด็จเยี่ยมวัด ทรงมีพระราชปรารถ ยกย่องความเสียสละของเจ้าพระยานครศรีธรรมราช (พัด) ที่อุทิศวังเพื่อสร้างวัด ต่อมาในปี พ.ศ. 2448 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จประพาสแหลมมลายู ได้เสด็จเยี่ยมวัดท่าโพธิ์เป็นครั้งที่สอง ทรงฉายพระรูปร่วมกับพระสิริธรรมมุนีเจ้าอาวาส พร้อมด้วยคณะสงฆ์ในวัด ในปี พ.ศ. 2452 พระบาทสมเด็จ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อยังดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกฎราชกุมาร ได้เสด็จ ประพาสปักษ์ใต้และเสด็จเยี่ยมวัดท่าโพธิ์ ในปี พ.ศ. 2458 ได้โปรดเกล้า ฯ ให้ถือน้ำพิพัฒน์สัตยา สมโภช พระบรมธาตุ เสด็จประพาสน้ำตกโยงทอดพระเนตรการคล้องช้างที่ทุ่งสงและจัดตั้งกองเสือป่า จากนั้นได้เสด็จ ทรงเยี่ยมพระรัตนธัชมุนี (ม่วง) วัดท่าโพธิ์ พระรัตนธัชมุน ได้สร้างความเจริญแก่วัดท่าโพธิ์อย่างมาก ในสมัย โบราณเมืองนครศรีธรรมราชยังต้องส่งต้นไม้เงิน - ทอง เป็นเครื่องราชบรรณาการ วัดท่าโพธิ์มีที่กัลปนาเรียกว่า "นาพระ" มีคนอยู่ประจำทำนาและดูแลพระอารามเรียกว่า "ข้าพระ" ได้ผลประโยชน์ส่วนหนึ่งจากการก่อตั้ง มูลนิธิวัดท่าโพธิขึ้นมื่อปี พ.ศ. 2516 เพื่อนำผลประโยชน์มาบำรุงวัดและใช้จ่ายในการศึกษาของพระภิกษุและ สามเณรในวัด ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2327 การบริหารและการปกครอง มีเจ้าอาวาส เท่าที่ทราบนาม คือ รูปที่ 1 พระครูกาเดิม (ปุ่น) รูปที่ 2 พระบุญจันทร์ รูปที่ 3 พระศรีปาน รูปที่ 4 พระหนู รูปที่ 5 พระศรีไหม รูปที่ 6 พระครูการาม รูปที่ 7 พระรัตนธัชมุนีศรีธรรมราช (ม่วง สิริรัตน์) รูปที่ 8 พระโพธาภิรามมุนี (จวง อิสิทตฺโต) พ.ศ. 2477 - 2478 รูปที่ 9 พระอโนมคุณมุนี (กิ้ม วิสารโท) พ.ศ. 2479-2492 รูปที่ 10 พระราชไพศาลมุนี (ย้อย มหาสาโล) พ.ศ. 2493-2519 รูปที่ 11 พระเทพปัญญากวี (บุญสงค์ อตุตคุตฺโต) พ.ศ. 2520-2538 รูปที่ 12 พระโพธิธรรมธาดา (จรัล อาภาโส) พ.ศ. 2539- ปัจจุบัน การศึกษา มีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. 2453