วัดชุมพรรังสรรค์

วัดชุมพรรังสรรค์ ตั้งอยู่หมู่ที่

2 ตำบลนาทุ่ง อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร สังกัดคณะสงฆ์ มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 22 ไร่ 3 งาน 50 ตารางวา โฉนดที่ดิน เลขที่ 2275 อาณาเขต ทิศเหนือและ ทิศใต้จดที่ดินเอกชน ทิศตะวันออกจดทางรถไฟสายชุมพร - สุราษฎร์ธานี ทิศตะวันตกจดแม่น้ำท่าตะเภา มีที่ธรณีสงฆ์ จำนวน 2 แปลง เนื้อที่ 25 ไร่ 3 งาน 50 ตารางวา โฉนดที่ดิน เลขที่ 6773 อาคารเสนาสนะ ประกอบด้วย อุโบสถ กว้าง 12 เมตร ยาว 21 เมตร เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ศาลาการเปรียญ กว้าง 12 เมตร ยาว 30 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2512 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กชั้นเดียว กุฏิสงฆ์ จำนวน 40 หลัง เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 20 หลัง ครึ่งตึกครึ่งไม้ 11 หลัง และอาคารไม้ 9 หลัง นอกจากนี้มี เมาปนสถาน หอระฆัง หอกลอง โรงครัว เรือนเก็บพัสดุ กฎเจ้าสำนัก และเรือนรับรอง ปูชนียะวัตถุ มีพระประธานประจำอุโบสถ ปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 51 นิ้ว สูง 79 นิ้ว พระประธาน ประจำศาลาการเปรียญ ปางสมาธิ ขนาดหน้าตักกว้าง 49 นิ้ว สูง 79 นิ้ว สร้างเมื่อ พ.ศ. 2542

วัดชุมพรรังสรรค์ เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งเมื่อ พ.ศ. 2363 ผู้สร้างวัด คือ พระยากำแหงสงคราม (ซุ้ย) ในสมัยเมืองชุมพรตกอยู่ในอำนาจของพม่าเข้ายึดเมืองชุมพร ราษฎรตกอยู่ในระหว่างลำบากและทุกข์ทรมาน นายซุ้ยได้สมทบกับพวกประมาณ 30 กว่าคน เข้าตีค่ายพม่าได้สำเร็จพวกพม่าหนีข้ามภูเขาหินซอง เมื่อศึกสงบปรากฏว่านายซุ้ยได้รับการสถาปนาฐานันดรศักดิ์เป็นพระยาเพชรกำแหงสงครามในสมัยรัชกาลที่ 3 ราษฎรทั่วไปเรียกท่านว่า "พระยาตับเหล็ก" เพราะมีอาคมคงกระพันชาตรี ท่านได้สร้างวัดเพื่อเทิดพระเกียรติแต่องค์พระมหากษัตริย์และเพื่อเป็นเกียรติประวัติของตนที่ได้ชนะศึก กอบกู้เมืองชุมพรและเพื่อเป็นพุทธบูชา ท่านได้ขนานนามว่า "วัดราชคฤห์ดาวคนอง" เนื่องจากวัดตั้งอยู่ในที่ลุ่มและติดกับแม่น้ำท่าตะเภา เมื่อถึงฤดูฝนน้ำหลากท่วมเมืองชุมพร พระภิกษุสามเณรไม่สามารถจำพรรษาที่วัดได้ ต้องละทิ้งวัดเพื่อหนีอุทกภัย คณะสงฆ์และราษฎรเรียกวัดนี้ว่า "วัดท่าตะเภาเหนือ" ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 มีการก่อสร้างทางรถไฟได้ตัดทางสายใต้ผ่านเมืองชุมพร เนื้อที่วัดได้แยกออกเป็นสองส่วน ทำให้พื้นที่วัดคงเหลือเพียง 22 ไร่ 3 งาน 50 ตารางวา ต่อมาในปี พ.ศ. 2484 ได้เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ระเบิดลงผิดเป้าหมายกลับมาลงในวัด อาคารเสนาสนะและพระอุโบสถพังพินาศ คงเหลือแต่พระพุทธปฏิมากรภายในพระอุโบสถเพียงองค์เดียวนามว่า "สมเด็จพระรอดสงคราม" ต่อมาในปี พ.ศ. 2488 สงครามได้ยุติลง พระปลัดเปี้ยน จนุทสโรร เจ้าอาวาสได้พัฒนาและปฏิสังขรณ์วัด หลังจากที่วัดร้างไปเป็นเวลาถึง 5 ปี สมัยนั้นการพัฒนาวัดแสนยากลำบากในการหาวัสดุมาก่อสร้างเสนาสนะ ต้องนำไม้จากประเทศพม่าและล่องมาตามแม่น้ำท่าตะเภา พระปลัดเปี้ยน จนุทสโรร ต้องใช้ความพากเพียรและอดทนในการพัฒนาวัดและปฏิสังขรณ์วัด ท่านได้ถึงแก่มรณภาพลงในปี พ.ศ. 2505 ต่อมาในปี พ.ศ. 2499 วัดชุมพรรังสรรค์ได้สละที่ดินเพื่อสร้างโรงเรียนศรียาภัย เป็นโรงเรียนรัฐบาล ตั้งอยู่ภายในบริเวณวัด ผู้บริจาคที่ดินเพื่อสร้างโรงเรียน คือ นางสาวชื่น ศรียาภัย ต่อมาได้ย้ายโรงเรียนไปตั้งอยู่ถนนพิศิษฐพยาบาล อาคารเรียนจึงว่างลง ท่านเจ้าคุณพระวิชัยธารโศภณและคณะกรรมการสงฆ์มีมติจัดตั้งโรงเรียนราษฎร์ภายในวัดชื่อว่า "โรงเรียนพุทธยาคมศรียาภัย" ต่อมาในปี พ.ศ. 2500 คณะสงฆ์ได้เปลี่ยนชื่อ วัดท่าตะเภาเหนือเป็น "วัดชุมพรรังสรรค์" ปัจจุบันวัดชุมพรรังสรรค์เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างของจังหวัดชุมพร การบริหารและการปกครอง มีเจ้าอาวาส เท่าที่ทราบนาม คือ รูปที่ 1 พระนุ้ย ขนุติพโล รูปที่ 2 พระวินัยธร (อ่ำ) อริโย รูปที่ 3 พระปลัดเปี้ยน จนุทสโรร พ.ศ. 2475 - 2499 รูปที่ 4 พระธรรมวรนายก พ.ศ. 2500 - 2515 รูปที่ 5 พระครูพิศาลธรรมโสภณ พ.ศ. 2516-2544 รูปที่ 6 พระครูศรีธรรมนิเทศ พ.ศ. 2545- ปัจจุบัน