วัดพระบรมธาตุไชยา
วัดพระบรมธาตุไชยา ตั้งอยู่เลขที่ 50 ตำบลเวียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 42 ไร่ 1 งาน อาณาเขต ทิศเหนือจดถนนรักษ์นะกิจ ทิศใต้จดคลองไชยา ทิศตะวันออกจดถนนสาธารณะ ทิศตะวันตกจดคลองไซยา มีที่ธรณีสงฆ์ จำนวน 4 แปลง เนื้อที่ 5 ไร่ 2 งาน 52 ตารางวา โฉนดที่ดิน เลขที่ 6503 16604 16605 และ 16606 อาคารเสนาสนะ ประกอบด้วย อุโบสถ กว้าง 13.15 เมตร ยาว 18.80 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2498 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ศาลาการเปรียญ กว้าง 15.20 เมตร ยาว 30.20 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2525 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กทรงไทย 2 ชั้น กุฏิสงฆ์ จำนวน 22 หลัง เป็นอาคารไม้ 8 หลัง ครึ่งตึกครึ่งไม้ 13 หลัง และตึก 1 หลัง วิหาร กว้าง 8.70 เมตร ยาว 29.80 เมตร เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก สร้างเมื่อ พ.ศ. 2512 ศาลาอเนกประสงค์ กว้าง 10.50 เมตร ยาว 45 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2539 ศาลาบำเพ็ญกุศล จำนวน 1 หลัง สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก โรงเรียนปริยัติธรรม กว้าง 10.20 เมตร ยาว 18.30 เมตร เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ ทรงไทย 2 ชั้น สร้างเมื่อ พ.ศ. 2472 นอกจากนี้มี หอระฆัง หอกลอง โรงครัว เรือนเก็บพัสดุ เรือนรับรอง กุฏิเจ้าอาวาส ศาลารับเสด็จ หอสมุด และศาลาบูรพาจารย์ ปูชนียะวัตถุ มีพระประธานประจำอุโบสถ ปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 90 นิ้ว สูง 112 นิ้ว สร้างเมื่อสมัยอยุธยา พระประธานประจำศาลาการเปรียญ ปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 33 นิ้ว สูง 39 นิ้ว สร้างเมื่อ พ.ศ. 2522 เจดีย์พระบรมธาตุไชยา สูง 18 เมตร ฐานกว้าง 13 เมตร ยาว 18 เมตร เจดีย์องค์ใหญ่ สูง 153 นิ้ว พระพุทธรูปประจำวิหาร ปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 82 นิ้ว สูง 108 นิ้ว พระพุทธรูปปางมารวิชัย 3 องค์ ขนาดหน้าตักกว้าง 72 นิ้ว 69 นิ้ว 82 นิ้ว
วัดพระบรมธาตุไขยาจึงเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร ตั้งเมื่อ พ.ศ. 1525 เดิมเป็น วัดราษฎร์มีชื่อเรียกกันทั่วไปว่า "วัดพระธาตุไขยา" ไม่ปรากฏหลักฐานนามผู้สร้าง เป็นวัดเก่าแก่สันนิษฐาน จากโบราณสถานและโบราณวัตถุที่ยังคงเหลืออยู่ คือ องค์เจดีย์พระบรมธาตุ พระพุทธรูปสมัยต่าง ๆ และพระโพธิสัตว์อวโลกิตะระหลายองค์ที่พบ สันนิษฐานว่าวัดพระบรมธาตุไชยา ได้สร้างขึ้นในสมัยศรีวิชัย กำลังเจริญรุ่งเรือง เป็นศูนย์กลางปกครองและพุทธศาสนา ประมาณพุทธศตวรรษที่ 13 - 14 ผู้สร้างอาจเป็น เจ้าผู้ครองนคร บริเวณดินแดนนี้เคยนับถือศาสนาพราหมณ์ มีซากโบราณสถานและเทวสถาน ตลอดจน เทวรูปโพธิสัตว์อวโลกิตะระแปดกร เมื่อศาสนาพุทธลัทธิมหายานแพร่หลายเข้ามา ศาสนาพราหมณ์ก็เสื่อมไป วัดพระบรมธาตุไชยาจึงเป็นวัดลัทธิมหายาน ต่อมาในปี พ.ศ. 1800 พระพุทธศาสนาลัทธิเถรวาทแบบ ลังกาวงศ์เผยแพร่เข้ามา ก็ได้นับถือลัทธิดังกล่าวดังปรากฏหลักฐานจากใบพัทธสีมาเขตวิสุงคามสีมาซึ่งเป็น ใบพัทธสีมาคู่ แสดงว่าได้มีการผู้พัทธสีมา 2 ครั้ง ครั้งแรกแบบมหายาน ครั้งที่สองแบบเถรวาทลังกาวงศ์ วัดพระบรมธาตุไชยา ได้เจริญรุ่งเรืองและเสื่อมไปตามกาลสมัยของเจ้าผู้ครองนคร ได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์ องค์พระเจดีย์บรมธาตุหลายครั้ง
วัดพระบรมธาตุไชยาได้รับการปฏิสังขรณ์เมื่อ ร.ศ. 107 (พ.ศ. 2413) เมื่อสมเด็จพระสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส เสด็จประพาสทะเลตะวันตกคือหัวเมืองปักษ์ใต้ฝั่งตะวันออก ได้เสด็จประพาส เมืองไชยาและไปนมัสการพระบรมธาตุไซยาด้วย ในปี พ.ศ. 2439 ได้ทำการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ โดยพระชยาภิวัฒน์สุภัทรสังฆปาโมกข์ (หนู ติสุโส) เจ้าคณะเมืองไชยาร่วมกับกรมการเมืองและราษฎร ในท้องถิ่น การซ่อมแซมในครั้งนี้ได้คงรูปเดิมแม้กระทั่งลวดลาย ต่อบัวคอระฆังที่หักลงมาและเสริมยอดด้วย ฉัตรทองคำ 3 ชั้น นอกจากนี้ได้บูรณะซ่อมแซมพระวิหารคด พระวิหารหลวง กำแพงแก้ว เจดีย์และ พระพุทธรูป ในปี พ.ศ. 2455 สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส เสด็จตรวจการคณะสงฆ์ เมืองไชยา ได้เสด็จมาที่วัดพระบรมธาตุไชยา ในปี พ.ศ. 2471 ได้เกิดฟ้าผ่าถูกพระบรมธาตุชำรุด องค์เจดีย์ ร้าวเกือบตลอดทั้งองค์ พระวินัยธรรม (ยวด สุริโย) และพระครูโสภณเจตสิการาม (เอี่ยม นามธมฺโม) เจ้าคณะอำเภอไชยาและราษฎรในท้องถิ่นได้ร่วมกันบูรณะซ่อมแซม ในปี พ.ศ. 2479 ขโมยได้ลอกทองคำที่ หุ้มลูกแก้วปลียอดองค์พระธาตุรวมทั้งทองคำหุ้มฉัตร คงเหลือโครงฉัตร พระวินัยธรรมเจ้าอาวาสและพระครู โสภณเจตสิการาม เจ้าคณะอำเภอไชยาร่วมกับผู้มีจิตศรัทธาบริจาคเงินและทองสร้างฉัตรทองคำขึ้นมาใหม่ คงลักษณะเหมือนเดิม ได้ประกอบพิธียกฉัตรทองคำขึ้นประดิษฐานบนยอดองค์พระเจดีย์ เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2481 ในปี พ.ศ. 2500 ได้รับเงินงบประมาณแผ่นดินซ่อมแซมองค์พระบรมธาตุไชยา เป็นเงิน 500,000 บาท การบูรณะซ่อมแซมครั้งนี้ได้ซ่อมแซมบำรุงองค์พระเจดีย์พระบรมธาตุลานใน พระระเบียงรอบองค์พระเจดีย์ สร้างกำแพงแก้วและซุ้มประตูสร้างพระวิหารหลวงขึ้นใหม่ รวมทั้งปรับปรุง พื้นที่ในเขตพุทธวาส ในปี พ.ศ. 2509 ได้รับงบประมาณพิเศษ เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทรงบำเพ็ญพระราชกุศล วันวิสาขบูชา ณ วัดพระบรมธาตุไชยา การซ่อมแซมครั้งนี้ทำในส่วนปลีกย่อย ในปี พ.ศ. 2521 กรมศิลปากร ได้ทำการบูรณะปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ ทั้งองค์พระเจดีย์ พระระเบียง วิหารคดและบริเวณรอบองค์พระเจดีย์ ตามรูปแบบลักษณะเดิมส่วนที่เปลี่ยนแปลง คือ ฉัตรทองคำเปลี่ยน เป็นฉัตรทองคำ 5 ชั้น การบูรณะ ซ่อมแซมครั้งนี้ เสร็จเรียบร้อยในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2525 ได้มีพระราชพิธียกฉัตรทองคำขึ้นประดิษฐาน บนยอดพระเจดีย์เมื่อวันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2525 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมารเสด็จมา เป็นองค์ประธาน ปัจจุบันวัดพระบรมธาตุไชยา พัฒนาเจริญก้าวหน้ามาก มีการบูรณะซ่อมแซมเสนาสนะ ต่าง ๆ ให้มั่นคงและแข็งแรง ได้ปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณวัดให้สวยงามร่มรื่นด้วยดอกไม้ประดับและไม้ยืนต้น การคมนาคมไปมาสะดวก ห่างจากที่ว่าการอำเภอไชยาประมาณ 3 กิโลเมตร ราษฎรต่างถิ่นจะไปนมัสการ พระบรมธาตุไชยาอยู่เป็นประจำวัดพระบรมธาตุไชยาได้รับพระบรมราชานุญาต ให้ยกขึ้นเป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2491 และเลื่อนฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร ตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2500 การบริหารและการปกครอง มีเจ้าอาวาส เท่าที่ทราบนาม คือ รูปที่ 1 พระดำ รูปที่ 2 พระซู รูปที่ 3 พระเจิม รูปที่ 4 พระวินัยธรรม (ยวด สุริโย) พ.ศ. 2459 - 2488 รูปที่ 5 พระครูศิริวิชัยเจติยานุรักษ์ (เคลื่อน อนุภาโส) พ.ศ. 2489 - 2492 รูปที่ 6 พระธรรมโกศาจารย์ (เงื่อม อินุทปญฺโญ) พ.ศ. 2492 - 2536 รูปที่ 7 พระสุธรรมเมธี (สังข์ ภูริปญฺโญ) พ.ศ. 2536 - ปัจจุบัน