วัดในกลาง

ตั้งอยู่เลขที่ 217 หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านแหลม อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 41 ไร่ 2 งาน 96 ตารางวา ส.ค.1 เลขที่ 26 อาณาเขต ทิศตะวันออกจดโรงพยาบาลบ้านแหลมและหมู่บ้าน ทิศตะวันตกจดแม่น้ำเพชรบุรี ทิศเหนือและทิศใต้จดหมู่บ้าน มีธรณีสงฆ์ จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ 23 ไร่ 2 งาน 44 ตารางวา โฉนดที่ดินเลขที่ 4914 อาคารเสนาสนะ ประกอบด้วย อุโบสถ กว้าง 8 เมตร ยาว 22.5 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2515 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ทรงไทย ศาลาการเปรียญ เป็นอาคารทรงไทยชั้นเดียวยกพื้นสูง หอสวดมนต์ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2509 เป็นอาคาร ทรงไทยครึ่งตึกครึ่งไม้ กุฏิสงฆ์ เป็นอาคารไม้ 4 หลัง วิหารสร้างเมื่อ พ.ศ. 2530 ศาลาบำเพ็ญกุศล สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก 1 หลัง ปูชนียวัตถุ มีพระพุทธรูปศิลปะสมัยสุโขทัย เนื้อสำริดปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 29 นิ้ว พระพุทธรูปศิลปะสมัยอู่ทอง เนื้อสำริดปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 10 นิ้ว พระพุทธรูป ศิลปะสมัยอยุธยา เนื้อสำริดปางอุ้มบาตร สูง 62 นิ้ว พระพุทธรูปศิลปะสมัยอยุธยา เนื้อสำริดปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 52 นิ้ว พระสาวก ศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ขนาดหน้าตักกว้าง 2 นิ้ว 129 องค์ เจดีย์ ศิลปะสมัยอยุธยา 3 องค์ ตู้พระไตรปิฎก 2 หลัง ลงรักปิดทอง บรรจุหนังสือผูกใบลานเป็นอักษรขอม บาลี และไทย เช่น พระปฐมสมโพธิกถา พระนิพนธ์ของสมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระปรมานุชิตชิโนรส วัดในกลาง ตั้งเมื่อ พ.ศ. 2305 เป็นวัดเก่าแก่เดิมชื่อวัดกลางสนามจันทร์ ประวัติความเป็นมากล่าวว่า วัดในกลาง ตั้งอยู่ที่ตำบลบางครก ซึ่งต่อมาทางราชการได้เปลี่ยนชื่อเป็น "ตำบลบ้านแหลม" วัดในกลางเคยเป็น พระอารามหลวงในสมัยกรุงธนบุรี แต่เนื่องจากตกสำรวจจึงกลายเป็นวัดราษฎร์ วัดในกลาง มีเจ้าอาวาสปกครอง หลายรูป ในอดีตการปกครองเป็นคณะ กุฏิสงฆ์ปลูกแยกกัน ในสมัยพระเจียกเป็นเจ้าอาวาสท่านมีความ สามารถทางเชิงช่าง วิทยาคมและเป็นหมอยารักษาโรค ทางด้านช่างท่านสามารถสร้างเมรุได้สูงถึง 9 ชั้น พระ บาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จมาที่วัดในกลาง ในสมัยพระอั้นดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส เพื่อ ทอดพระเนตรศาลาการเปรียญ เมื่อปี พ.ศ. 2458 สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส สมเด็จ- พระสังฆราชในสมัยรัชกาลที่ 6 เสด็จมาที่วัดในกลาง

ต่อมาพระอั้นได้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ท่านเป็น

พระภิกษุที่มีความรู้ด้านช่าง ได้ทำการบูรณะซ่อมแซมศาสนสถาน เมื่อท่านมรณภาพ ทางคณะสงฆ์ได้แต่งตั้ง พระวังเป็นเจ้าอาวาสรูปต่อมา ท่านมีความสามารถด้านโหราศาสตร์ โดยเฉพาะฤกษ์การปลูกบ้าน และด้านการ รักษาคนไข้ ต่อมาในสมัยพระชุบ สิริวณฺโณ ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ได้ทำการเปลี่ยนแปลงการปกครอง โดยรวมคณะสงฆ์ ได้ปกครองวัดอยู่ 14 พรรษา ท่านได้สละตำแหน่งในปี พ.ศ. 2499 ต่อมาทางคณะสงฆ์ ได้แต่งตั้ง พระเพชร (พระครูวชิรคณาธาร) เป็นเจ้าอาวาสรูปต่อมา ท่านเป็นพระนักพัฒนาและเป็นพระอุปัชฌย์ อันเป็นที่นับถือของชาวบ้านแหลม ท่านได้ดำเนินการก่อสร้างถนนจากสี่แยกอำเภอถึงท่าน้ำวัด โดยร่วมมือกับ พ่อค้าและประชาชน นอกจากนั้นได้ดำเนินการก่อสร้างอาคารเรียน สร้างเสนาสนะเพื่อใช้เป็นที่พักสงฆ์ ในสมัย พระมหาสมยศ จิติโก ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ท่านได้ทำการบูรณะศาลาการเปรียญ วัดในกลางปัจจุบันยังคง ปรากฏหลักฐานที่มีศาสนสถานที่มีความงดงามทางด้านศิลปะและทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เช่น พระอุโบสถ และพระพุทธรูปสมัยสุโขทัย พระพุทธรูปสมัยอู่ทอง พระพุทธรูปสมัยอยุธยา ซึ่งมีความงดงาม โบราณสถาน ที่สำคัญของวัดในกลาง คือ ศาลาการเปรียญ นอกจากนั้นก็มีตู้ประไตรปิฎก และกลายรดน้ำลงรักปิดทอง ศาสนวัตถุ ที่สำคัญของวัดในกลาง คือ พระพุทธรูปนาม "หลวงพ่อใหญ่" พระพุทธรูปปางมารวิชัย เนื้อสำริด สมัยอู่ทอง นาม "หลวงพ่ออู่ทอง" พระพุทธรูปปางอุ้มบาตร เป็นพระพุทธรูปสมัยอยุธยา นาม "พระลายแทง" มณฑป เป็นศาสนสถานที่สวยงาม นอกจากนั้นก็มีเจดีย์เก่าแก่ 3 องค์ เป็นศิลปะสมัยอยุธยา สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส สมเด็จพระสังฆราชในรัชสมัยรัชกาลที่ 6 ทรงตรัสว่ามีความงดงามมาก วัดในกลาง ได้พัฒนาและบูรณะมาโดยตลอด จนถึงปัจจุบัน ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2525 เขตวิสุงคามสีมา กว้าง 20 เมตร ยาว 40 เมตร การบริหารและการปกครอง มีเจ้าอาวาสเท่าที่ทราบนาม คือ รูปที่ 1 พระสวน รูปที่ 2 พระเจียก รูปที่ 3 พระอั่น รูปที่ 4 พระเตี๋ยว รูปที่ 5 พ.ศ. 2458 รูปที่ 6 พระชุบ สิริวณฺโณ พ.ศ. 2458 - 2592 รูปที่ 7 พระครูพัชรคุณาธาร (หลวงพ่อเพชร) พ.ศ. 2499 - 2542 รูปที่ 8 พระมหาสมยศ จิติโก การศึกษา มีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. 2510