วัดสระกะเทียม

วัดสระกะเทียม ตั้งอยู่เลขที่ 36 บ้านหมู่ต้นมะขาม หมู่ที่ 5 ตำบลสระกะเทียม อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุต ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 87 ไร่ 3 งาน 36 ตารางวา โฉนดที่ดินเลขที่ 27239 และ 22060 อาณาเขต ทิศเหนือ ทิศใต้และทิศตะวันออกจดทางสาธารณะ ทิศตะวันตกจดที่ดินเอกชน 116 ประวัติวัดจังหวัดนครปฐม มีที่ธรณีสงฆ์ จำนวน 13 แปลง เนื้อที่ 139 ไร่ 71 ตารางวา โฉนดที่ดินเลขที่ 27056, 27170, 27172, 27177, 27192, 27196, 27200, 27201, 27202, 36475, 38069 และ 21137 อาคารเสนาสนะ ประกอบด้วย อุโบสถ กว้าง 16.50

เมตร ยาว 30.50 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2543 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กทรงไทย ศาลาการเปรียญ กว้าง 14 เมตร ยาว 25 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2530 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กทรงไทย หอสวดมนต์ กว้าง 6.50 เมตร ยาว 10.50 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2441 เป็นอาคารไม้ทรงไทย กุฏิสงฆ์ จำนวน 13 หลัง เป็นอาคารไม้ 9 หลัง ครึ่งตึกครึ่งไม้ 3 หลัง และตึก 1 หลัง ศาลาอเนกประสงค์ กว้าง 12 เมตร ยาว 24 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2538 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ศาลาบำเพ็ญกุศล จำนวน 1 หลัง สร้างด้วย คอนกรีตเสริมเหล็ก

นอกจากนี้มีอาคารเสนาสนะต่าง ๆ ดังนี้ คือ ศาลาเรือนนอน 1 หลัง โรงเรียนปริยัติธรรม 1 หลัง เรือนรับรอง 1 หลัง วิหารหลวงปู่สามพี่น้อง 1 หลัง หอระฆัง 1 หลัง หอสมุด 1 หลัง ปูชนียวัตถุ พระประธานประจำอุโบสถ 1 องค์ พร้อมพระอัครสาวก เจดีย์ทรงระฆังคว่ำ 1 องค์

วัดสระกะเทียม ตั้งเมื่อ พ.ศ. 2441 เมื่อปี พ.ศ. 2439 พระมิ่ง ฐานจาโร (มิ่ง รักคง) ท่านเป็นคนหมู่ บ้านสระกะเทียม ได้ดำเนินการก่อสร้างวัดขึ้น และตั้งชื่อวัดตามชื่อหมู่บ้าน เดิมวัดสระกะเทียมเป็นวัดมหานิกาย ต่อมาได้เปลี่ยนเป็นวัดธรรมยุต เมื่อพระมิ่งมรณภาพลง พระเกิด ถาวโร (เกิด รักคง) พระน้องชายได้เป็น เจ้าอาวาสรูปต่อมา ได้ทำการก่อสร้างเสนาสนะให้สมกับสภาพของวัด ต่อมาพระเกิด ถาวโร ได้มรณภาพลง พระทน จิตตปาโล (ทน รักคง) พระน้องชายได้เป็นเจ้าอาวาสรูปต่อมา ได้ทำการก่อสร้างเสนาสนะเพิ่มเติม ท่านได้มรณภาพลงเมื่อ พ.ศ. 2490 เนื่องจากวัดสระกะเทียม มีเจ้าอาวาสเป็นพี่น้องท้องเดียวกันถึง 3 องค์ ประชาชนรักใคร่นับถือมาก จึงได้ปั้นรูปเหมือนเท่าองค์จริงทั้ง 3 องค์ ชาวบ้านจึงเรียกกันว่า "หลวงปู่สามพี่ น้อง" ประดิษฐานอยู่ ณ วิหารสามมุขหลังงาม ต่อมาพระครูสังวรศีลาจารย์ (สุชาติ วิริยานุภาพ) ดำรงตำแหน่ง เจ้าอาวาส ท่านได้ทำการพัฒนาวัดและท้องถิ่นให้เจริญยิ่งขึ้น ปัจจุบันพระครูภาวนาวิมล เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน ได้ทำการซ่อมแซมสิ่งก่อสร้างเสนาสนะที่ชำรุดทรุดโทรมให้อยู่ในสภาพที่ดี เช่น กุฏิ โบสถ์ เจดีย์ ได้ก่อสร้าง วิหารหลวงปู่สามพี่น้อง ศาลาปฏิบัติธรรม และสร้างโบสถ์หลังใหม่ นับเป็นโบสถ์ที่สวยงาม ภายในมีภาพ จิตรกรรมฝาผนังเป็นภาพพุทธประวัติ และภาพประเพณีสิบสองเดือน ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2542 เขตวิสุงคามสีมา กว้าง 40 เมตร ยาว 70 เมตร การบริหารและการปกครอง มีเจ้าอาวาส เท่าที่ทราบนาม คือ รูปที่ 1 พระมิ่ง ฐานจาโร พ.ศ. 2441 - 2452 รูปที่ 2 พระเกิด ถาวโร พ.ศ. 2452 - 2476 รูปที่ 3 พระสมุห์ทน จิตตปาโล พ.ศ. 2476 - 2490 รูปที่ 4 พระครูวิชิตศิลาจารย์ พ.ศ. 2490 - 2514 รูปที่ 5 พระครูสังวรศีลาจารย์ พ.ศ. 2514 - 2522 รูปที่ 6 พระครูสังฆรักษ์โอภาส โอภาโส พ.ศ. 2522 - 2525 รูปที่ 7 พระครูสมุห์สรชาณ เขมสรโณ พ.ศ. 2526 - 2531 รูปที่ 8 พระมหาสำเริง ปภาโส พ.ศ. 2531 - 2532 รูปที่ 9 พระครูภาวนาวิมล สารธมฺโม พ.ศ. 2533 - ปัจจุบัน การศึกษา มีโรงเรียน พระปริยัติธรรมแผนกธรรม เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. 2533 ศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัด เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. 2530