วัดมณีสวรรค์

วัดมณีสวรรค์ ตั้งอยู่เลขที่ 9 หมู่ที่ 4 ตำบลท่าคา อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 30 ไร่ 2 งาน อาณาเขต ทิศเหนือจดที่ดินเอกชน ทิศใต้และ ทิศตะวันตกจดคลองสาธารณะ ทิศตะวันออกจดถนนสาธารณะ มีที่ธรณีสงฆ์จำนวน 3 แปลง เนื้อที่ 24 ไร่ 1 งาน 45 ตารางวา โฉนดที่ดินเลขที่ 75 253 และ 150 อาคารเสนาสนะ ประกอบด้วย อุโบสถ กว้าง 12 เมตร ยาว 23 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2485 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก เครื่องบนไม้สักมุงกระเบื้อง เกล็ดปลา ศาลาการเปรียญ กว้าง 15 เมตร ยาว 25 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2470 เป็นอาคารไม้สักชั้นเดียว ช่อฟ้าใบระกา หางหงส์ เป็นไม้สักประดับกระจกหน้าบันเป็นไม้แกะสลักลายเทพพนม หอสวดมนต์ กว้าง 8 เมตร ยาว 39 เมตร เป็นอาคารไม้ กุฏิสงฆ์จำนวน 7 หลัง เป็นอาคารไม้ 6 หลัง ครึ่งตึกครึ่งไม้ 1 หลัง ศาลาอเนกประสงค์ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ศาลาบำเพ็ญกุศล สร้างด้วยไม้ นอกจากนี้ยังมี หอกลอง 1 หลัง หอระฆัง 1 หลัง โรงครัว 1 หลัง กุฏิแม่ชี 1 หลัง ปูชนียวัตถุ มีพระประธานประจำอุโบสถปางมารวิชัย เนื้อโลหะทองเหลือง ขนาดหน้าตักกว้าง 50 นิ้ว สูง 71 นิ้ว สร้างเมื่อ พ.ศ. 2467 นามว่า "พระพิธีชัยมงคล" พระเทพกวีมหานายกเป็นผู้สร้าง พระพุทธรูปครองจีวรลายดอกพิกล ขนาดหน้าตักกว้าง 52 นิ้ว สูง 75 นิ้ว ประดิษฐานในอุโบสถ วัดมณีสวรรค์ ตั้งเมื่อ พ.ศ. 2369 เดิมชื่อวัดตากแดด เพราะตั้งอยู่กลางทุ่ง โดยมีนายนุ่ม - นางพิมพ์ เป็นผู้บริจาคที่ดินให้สร้างวัด ได้สร้างโบสถ์ ศาลาการเปรียญ และกุฏิสงฆ์เพื่อให้พระจำพรรษา ต่อมาได้ย้าย ที่ตั้งวัดมาสร้างใหม่ในพื้นที่ติดกัน ที่ตั้งวัดเดิมได้กลายเป็นที่ธรณีสงฆ์ วัดมณีสวรรค์ได้เจริญและเสื่อมลง ตามกาลเวลา ในปี พ.ศ. 2450 ตำแหน่งเจ้าอาวาสได้ว่างลง ราษฎรในท้องถิ่นได้นิมนต์พระหลิ่ม วัดใหม่ตาพัก มาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส การย้ายที่ตั้งวัดได้เกิดขึ้นในสมัยพระหลิ่ม ผู้บริจาคที่ดินให้สร้างวัดคือ นายจิ๋ว ลิ้มกุล โดยมีพระเทพกวีมหานายก (มณี) มาเป็นประธานในการสร้างวัด ท่านได้อนุเคราะห์ช่วยเหลือโดยสร้างศาลา การเปรียญและก่อสร้างอุโบสถ และได้เปลี่ยนชื่อวัดเป็น "วัดมณีสวรรค์" ตามชื่อของพระเทพกวีมหานายก (มณี) ต่อมาพระเทพกวีมหานายกได้ลาสิกขา การสร้างอุโบสถยังไม่แล้วเสร็จเนื่องจากขาดปัจจัยในการก่อสร้าง ต่อมา 202 ประวัติวัดจังหวัดสมุทรสงคราม ในปี พ.ศ. 2471 พระหลิ่มได้มรณภาพลง พระครูเชื่อม อินทสุวณฺโณ ได้เป็นเจ้าอาวาสสืบต่อมา ท่านได้สร้าง เสนาสนะเพิ่มเติม เช่น กุฏิ หอฉัน ท่านได้ลาสิกขาในปี พ.ศ. 2481 พระเล็ก ธมมิโย ได้ดำรงตำแหน่ง เจ้าอาวาส ท่านได้ก่อสร้างและปฏิสังขรณ์เสนาสนะ ได้ก่อสร้างอุโบสถ โดยวางศิลาฤกษ์เมื่อ พ.ศ. 2485 และผูกพัทธสีมาเมื่อวันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2492 ได้อัญเชิญพระประธานเก่า 2 องค์ มาประดิษฐาน ในอุโบสถหลังใหม่ ในสมัยพระเล็ก ธมฺมิโย ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส วัดมณีสวรรค์ได้เจริญเป็นอย่างมาก ต่อมาพระเล็ก ธมฺมิโย ได้สร้างวัดธรรมาวุธาราม และได้ย้ายไปเป็นเจ้าอาวาสที่วัดธรรมาวุธารามเมื่อปี พ.ศ. 2498 ต่อมาพระไสว จิโตภาโส ได้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ท่านได้สร้างถาวรวัตถุ เช่น หอสวดมนต์ กุฏิสงฆ์ บูรณะอุโบสถ สร้างหอกลอง หอระฆัง สร้างศาลาท่าน้ำ โรงครัว ท่านพระครูมณีสมุทรคุณ (ไสว จิโตภาโส) ได้มรณภาพเมื่อวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2539 ต่อมาพระวิชัย ได้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสสืบต่อมา ซึ่งเป็น เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน ท่านได้พัฒนาและบูรณะวัดมณีสวรรค์มาโดยตลอด ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2467 เขตวิสุงคามสีมา กว้าง 12 เมตร ยาว 23 เมตร การบริหารและการปกครอง มีเจ้าอาวาส เท่าที่ทราบนาม คือ รูปที่ 1 พระแสง รูปที่ 2 พระทอง รูปที่ 3 พระแย้ม รูปที่ 4 พระทับ รูปที่ 5 พระเขียว รูปที่ 6 พระพริ้ง รูปที่ 7 พระหลิ่ม รูปที่ 8 พระครูเชื่อม อินทสุวณโณ พ.ศ. 2471 - 2481 รูปที่ 9 พระครูวินัยธรเล็ก ธมฺมิโย พ.ศ. 2481 - 2499 รูปที่ 10 พระครูมณีสมุทรคุณ (ไสว) พ.ศ. 2499 - 2539 รูปที่ 11 พระวิชัย วิชโย พ.ศ. 2539 - ปัจจุบัน การศึกษา มีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. 2470

วัดแม่น้ำ (บางนางจีนนอก)

วัดแม่น้ำ ตั้งอยู่เลขที่ 129 หมู่ที่ 1 ตำบลบางขันแตก อำเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 8 ไร่ 2 งาน 80 ตารางวา โฉนดที่ดินเลขที่ 23424 อาณาเขต ทิศเหนือ ทิศใต้และทิศตะวันออกจดที่ดินของชาวบ้าน ทิศตะวันตกจดที่ดินของวัดกลาง มีที่ธรณีสงฆ์ จำนวน 3 แปลง เนื้อที่ 19 ไร่ 6 งาน 180 ตารางวา อาคารเสนาสนะ ประกอบด้วย อุโบสถ กว้าง 9.10 เมตร ยาว 17.70 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2485 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ศาลาการเปรียญ กว้าง 14 เมตร ยาว 21 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2511 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก หอสวดมนต์ กว้าง 7 เมตร ยาว 12 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2489 เป็นอาคารไม้ กุฏิสงฆ์ จำนวน 7 หลัง เป็นอาคารไม้ วิหาร กว้าง 9 เมตร ยาว 15.70 เมตร เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก สร้างเมื่อ พ.ศ. 2300 ศาลาอเนกประสงค์ กว้าง 14 เมตร ยาว 19 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2513 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ศาลาบำเพ็ญกุศล จำนวน 1 หลัง

สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก นอกจากนี้ยังมีหอสมุด หอฉัน ปูชนียวัตถุ มีพระพุทธรูปสำคัญ 8 องค์ เป็นพระสมัยเชียงแสน นอกจากนี้มีพระพุทธรูปปางอุ้มบาตร 1 องค์ พระพุทธรูปปางมารวิชัย 1 องค์

วัดแม่น้ำ ตั้งเมื่อ พ.ศ. 2300 เดิมชาวบ้านเรียกกันว่า วัดบางนางจีนนอก เป็นวัดเก่าแก่สร้างใน สมัยกรุงศรีอยุธยา จึงไม่ปรากฏชื่อผู้สร้างวัดที่แน่ชัด เสนาสนะต่าง ๆ ได้มีการบูรณะปรับปรุงหลายครั้งจนอยู่ ในสภาพดี นอกจากนี้ยังได้มีการหล่อพระพุทธรูปปางต่าง ๆ ประจำอยู่จำนวนกว่า 20 องค์ ได้รับพระราชทาน วิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2489 การบริหารและการปกครอง มีเจ้าอาวาส เท่าที่ทราบนาม คือ รูปที่ 1 พระอ่อน รูปที่ 2 พระอ้น รูปที่ 3 พระเพิ่ม รูปที่ 4 พระคล้ำ รูปที่ 5 พระอยู่ รูปที่ 6 พระครูสุนันท์วิริยาภรณ์ พ.ศ. 2483 - 2542 รูปที่ 7 พระครูสังฆรักษ์สัมฤทธิ์ พ.ศ. 2543 - ปัจจุบัน การศึกษา มีโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. 2483 โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกบาลี เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. 2480 - 2500