วัดพระประโทนเจดีย์

วัดพระประโทนเจดีย์ ตั้งอยู่เขตเทศบาลนครปฐม ตำบลพระประโทน อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 74 ไร่ 3 งาน 44 ตารางวา อาณาเขต ทิศเหนือจดคลองพระประโทนและที่ดินเอกชน ทิศใต้จดถนนเพชรเกษม ทิศตะวันออกจดทางสาธารณะประโยชน์ ทิศตะวันตกจดคลองพระประโทนและที่ดินเอกชน มีที่ธรณีสงฆ์ เนื้อที่ 62 ไร่ 72 ตารางวา โฉนดที่ดินเลขที่ 3537, 33945, 3559, 3592, 3562, 3594, 3569 และ 3564 อาคารเสนาสนะ ประกอบด้วย อุโบสถ 1 หลัง บูรณะเมื่อ พ.ศ. 2478 ผู้ทำการบูรณะ คือ หม่อมเชื้อ ในพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมขุนมรุพงศ์ศิริพัฒน์ ศาลาการเปรียญ 1 หลัง หอสวดมนต์ 1 หลัง กุฏิสงฆ์ จำนวน 14 หลัง เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ วิหาร 1 หลัง

นอกจากนี้มีอาคารเสนาสนะต่าง ๆ ดังนี้ คือ โรงเรียนพระปริยัติธรรม 1 หลัง โรงครัว 1 หลัง หอระฆัง 1 หลัง ฌาปนสถาน 1 หลัง พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง 1 หลัง กุฏิเจ้าอาวาส 1 หลัง พระวิหารหลวงพ่อโต 1 หลัง ปูชนียะ มีพระประธานประจำอุโบสถ 1 องค์ พร้อมพระอัครสาวก องค์พระประโทนเจดีย์ เป็นโบราณสถานที่สำคัญของชาติ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติจากกรมศิลปากร เมื่อปี พ.ศ. 2474 เป็นศิลปะสมัยทวาราวดี รอยพระพุทธบาทจำลอง 1 องค์ รูปปั้นยายหอมอุ้มพระยาพาน เจดีย์จุลประโทน กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติ เมื่อปี พ.ศ. 2483 พระพุทธรูปปางมารวิชัย 1 องค์ ศิลปะสมัยเชียงแสน เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่และมีความศักดิ์สิทธิ์

วัดพระประโทนเจดีย์ ตั้งเมื่อ พ.ศ. 2327 เป็นอารามหลวง ชั้นตรี เป็นวัดเก่าแก่มีพระประโทนเจดีย์ เป็นปูชนียสถานที่สำคัญของวัด สร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 11 - 16 สมัยที่อาณาจักรทวาราวดีรุ่งเรือง เพราะมี โบราณวัตถุที่ค้นพบภายในบริเวณวัดแสดงให้ประจักษ์ว่าเป็นศิลปะสมัยทวาราวดี เช่น เหรียญเงินที่จารึกอักษร ศาสตราจารย์ยอร์ซ เซเดส์ นักโบราณคดีชาวฝรั่งเศสอ่านได้ใจความว่า "ศรีทวาราวดี ศวรบุญยะ" แปลว่า บุญของพระราชาแห่งศรีทวาราวดี และยังมีโบราณวัตถุอีกหลายอย่าง เช่น เคียรพราหมณ์ ภาพปูนปั้นรูปสัตว์ ภาพคน ภาพเทวดาที่เกี่ยวกับวรรณคดีตามคติในศาสนาพราหมณ์ และศาสนาพุทธนิกายมหายาน สันนิษฐาน ว่า วัดสร้างมาในยุคพุทธศตวรรษที่ 3 สมัยเดียวกับวัดพระปฐมเจดีย์ ที่มาของชื่อวัด "พระประโทนเจดีย์" แปลได้สองนัย นัยแรกแปลว่า "เจดีย์ของโทน" หมายถึงเจดีย์ที่โทนพราหมณ์เป็นผู้สร้างขึ้นเพื่อบรรจุสมบัติอันมีค่า ของตระกูลพราหมณ์ และเป็นเจดีย์ที่ระลึกถึงองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นัยที่สองแปลว่า "เจดีย์แห่งทะนาน" หมายถึงเจดีย์ที่สร้างเพื่อบรรจุทะนาน ซึ่งใช้เป็นที่ตักตวงพระบรมสาริริกธาตุของพระพุทธเจ้า แบ่งให้แก่เจ้าเมือง ทั้ง 8 เพื่อนำไปสักการะบูชา ผู้สร้างวัดประโทนเจดีย์ไม่ปรากฏหลักฐานว่าเป็นใคร สันนิษฐานว่าคงจะเป็นบุคคล สำคัญในสมัยทวาราวดี จากการสันนิษฐานของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ สรุปได้ว่า วัดประโทนเจดีย์ เป็นสังฆาวาสโบราณร่วมสมัยกับองค์พระปฐมเจดีย์ ถ้าพิจารณาจากตำนานการสร้างองค์พระประโทนเจดีย์ มีตำนานอยู่ 2 เรื่อง คือ ตำนานเรื่อง "พญากงพญาพาน" กล่าวว่าพญาพานสร้างองค์พระประโทนเจดีย์เพื่อ ล้างบาป คือการฆ่ายายหอมผู้เป็นมารดาเลี้ยง เพราะโกรธแค้นยายหอมไม่ยอมบอกความจริง จนเป็นเหตุให้ ตนต้องปลงพระชนม์พระราชบิดา คือ พระกง เจ้าเมืองศรีวิชัย ส่วนอีกตำนานหนึ่งกล่าวว่า บริเวณนี้เป็นที่อยู่ ของพวกพราหมณ์ เรียกว่า "บ้านโทณะพราหมณ์" ได้ร่วมกันสร้างเรือนหินขึ้น แล้วนำเอาโทณะ คือ ทะนานทอง ที่เคยใช้ตวงพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้ามาบรรจุไว้ในเรือนหิน วัดพระประโทนเจดีย์ได้รับการบูรณะและ พัฒนามาโดยตลอด ได้รับความอุปถัมภ์จากพุทธศาสนิกชนมาด้วยดีจนถึงปัจจุบัน เมื่อปี พ.ศ. 2453 ทางวัดได้ ถวายโบราณวัตถุที่ขุดพบภายในบริเวณวัดแด่ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ในปี พ.ศ. 2519 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินมานมัสการองค์พระประโทนเจดีย์ ปัจจุบันวัดพระประโทนเจดีย์เป็นวัดที่มีความสวยงามร่มรื่น มีความเป็นระเบียบเรียบร้อย เป็นที่ศรัทธาเลื่อมใส ของพุทธศาสนิกชนทั่วไป ในปี พ.ศ. 2507 วัดพระประโทนเจดีย์ได้รับการคัดเลือกให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างจาก กรมการศาสนา ในปี พ.ศ. 2527 วัดพระประโทนเจดีย์ได้รับการคัดเลือกให้เป็นวัดพัฒนาดีเด่นจากกรมการศาสนา และได้รับการยกฐานะเป็นพระอารามหลวงในปีเดียวกัน ทั้งนี้เนื่องมาจาก พระประโทนเจติยาภิรักษ์ เจ้าอาวาส รูปปัจจุบันซึ่งเป็นพระนักพัฒนา และเป็นที่ศรัทธาเลื่อมใสของพุทธศาสนิกชนโดยทั่วไป วัดพระประโทนเจดีย์ ได้รับ พระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2327 เขตวิสุงคามสีมา กว้าง 10.20 เมตร ยาว 17 เมตร การบริหารและ การปกครอง มีเจ้าอาวาส เท่าที่ทราบนาม คือ รูปที่ 1 พระครูทักษินานุกิจ พ.ศ. 2400 - 2424 รูปที่ 2 พระครูสมถกิตติคุณ (กลั่น เปสโล) พ.ศ. 2425 - 2474 รูปที่ 3 พระใบฎีกาบุตรทอง พ.ศ. 2474-2475 รูปที่ 4 พระครูกิตติคุณ (ชุ่ม) พ.ศ. 2475 - 2484 รูปที่ 5 พระบุญรอด อาภานันท์ พ.ศ. 2484 - 2487 รูปที่ 6 พระบุญเลิศ กลุยาโณ พ.ศ. 2487 - 2494 รูปที่ 7 พระครูวินยาภินันท์ พ.ศ. 2499 - 2513 รูปที่ 8 พระมหาปราโมทย์ ปโมทิโต พ.ศ. 2514 - 2516 รูปที่ 9 พระประโทนเจติยาภิรักษ์ พ.ศ. 2517 - ปัจจุบัน การศึกษา มีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. 2480