วัดเจ็ดเสมียน

วัดเจ็ดเสมียน ตั้งอยู่เลขที่ 45 บ้านเจ็ดเสมียน หมู่ที่ 3 ตำบลเจ็ดเสมียน อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 19 ไร่ 06 ตารางวา อาณาเขต ทิศเหนือ ทิศใต้ และทิศตะวันออกจดแม่น้ำแม่กลอง - ถนนชลประทาน อาคารเสนาสนะ ประกอบด้วย อุโบสถ กว้าง 7 เมตร ยาว 22 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2516 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ศาลาการเปรียญ กว้าง 18 เมตร ยาว 30 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2509 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก หอสวดมนต์ กว้าง 5.40 เมตร ยาว 8 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2542 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้น กุฏิสงฆ์ จำนวน 3 หลัง เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ ศาลาอเนกประสงค์ กว้าง 20 เมตร ยาว 40 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2535 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก นอกจากนี้มี ฌาปนสถาน โรงครัว และวิหารหลวงปู่ไม้ เป็นอาคารเรือนไทยทรงโบราณ ปูชนียวัตถุ มีพระประธานประจำอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ทำด้วยศิลาแลง สมัยรัตนโกสินทร์ และพระพุทธรูป สมัยเชียงแสน ประดิษฐานภายในอุโบสถ

วัดเจ็ดเสมียน ตั้งเมื่อ พ.ศ. 2300 จากหลักฐานในหนังสือเรื่องพระยากง พระยาพาน อันเป็นตำนานการ สร้างพระปฐมเจดีย์ มีการกล่าวถึงการสร้างวัดเจ็ดเสมียน ตอนหนึ่งมีใจความว่า เมื่อครั้งพระยาพานรวบรวม ชายฉกรรจ์มาเป็นทหารเพื่อไปรบกับพระยากง เจ้าเมืองศรีวิชัย หรือเมืองนครปฐมปัจจุบันนี้ พระยาพานได้ตั้ง เสมียนทำบัญชีรับสมัครทหาร จำนวน 7 คน และเสมียนทั้ง 7 คน ได้ปรึกษากันที่จะสร้างวัดไว้เป็นอนุสรณ์ เมื่อตกลงกันแล้วก็ได้สร้างวัดขึ้น และตั้งชื่อวัดว่า "วัดเจ็ดเสมียน" และหมู่บ้านก็ได้ชื่อว่า "บ้านเจ็ดเสมียน" ไปตามชื่อวัด สำหรับอุโบสถได้สร้างมานานแต่ไม่ทราบปี พ.ศ. ใด แต่ได้ทำการซ่อมแซมมาโดยตลอด ได้รับ พระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. 2519 การบริหารและการปกครอง มีเจ้าอาวาส เท่าที่ทราบนาม คือ รูปที่ 1 พระครูสัจจาภิรมย์ รูปที่ 2 พระครูมงคลรัตน์ รูปที่ 3 พระครูสุวัฒนพิศาล พ.ศ. 2519 - ปัจจุบัน การศึกษา มีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม ไม่ทราบปี พ.ศ. ที่เปิดสอน

วัดเจติยาราม (เจดีย์หัก)

วัดเจติยาราม ตั้งอยู่เลขที่ 154 บ้านเจดีย์หัก หมู่ที่ 3 ตำบลเจดีย์หัก อำเภอเมืองราชบุรี จังหวัดราชบุรี สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 12 ไร่ 3 งาน 59 ตารางวา อาณาเขต ทิศเหนือ ทิศใต้และทิศตะวันออกจดที่ดินเอกชน ทิศตะวันตกจดถนนเข้าหมู่บ้าน อาคารเสนาสนะ ประกอบด้วย อุโบสถ กว้าง 10.14 เมตร ยาว 18.65 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2544 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้น กุฏิสงฆ์ จำนวน 6 หลัง เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ 3 หลัง และตึก 3 หลัง ศาลาอเนกประสงค์ เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ ศาลาบำเพ็ญกุศล จำนวน 1 หลัง สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก นอกจากนี้มี โรงเรียนพระปริยัติธรรม ห้องสมุด ศาลาปฏิบัติธรรมของอุบาสก อุบาสิกา และหอระฆัง 1 หลัง ปูชนียวัตถุ มีพระประธานประจำ อุโบสถปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 59 นิ้ว สร้างด้วยหินศิลาแลง และเจดีย์สร้างในสมัยอู่ทอง ใช้อิฐแดง ก่อเป็นรูปเจดีย์ 8 เหลี่ยม ปัจจุบันอยู่ในสภาพทรุดโทรม

วัดเจติยาราม ตั้งเมื่อ พ.ศ. 2420 นามเดิมเรียกว่า วัดบ้านธาตุ แต่ชาวบ้านและคนทั่วไปนิยมเรียกว่า วัดเจดีย์หัก สืบเนื่องมาจากบริเวณวัดมีโบราณสถาน คือ องค์เจดีย์ สำหรับเจดีย์ที่อยู่นอกวัดได้รับการซ่อมแซม ปฏิสังขรณ์โดยกรมศิลปากร ส่วนองค์ที่อยู่ภายในวัดคงชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา สันนิษฐานว่าเป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นในสมัยอู่ทองมีอายุประมาณ 600-700 ปี ไม่ปรากฏว่าใครเป็นผู้สร้าง เช่นเดียวกันกับวัดไม่มีหลักฐาน นามผู้สร้างเช่นกัน สันนิษฐานว่าชาวบ้านในละแวกนั้นพร้อมใจกันสร้างด้วยความศรัทธาในพระพุทธศาสนา เพื่อใช้เป็นสถานที่บำเพ็ญกุศล ปี พ.ศ. 2499 เจ้าอาวาสรูปปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อจากวัดเดิมเป็น "วัดเจติยาราม" จนถึงปัจจุบัน ได้รับพระราชทานวิสงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2471 การบริหารและการปกครอง มีพระครูบัณฑิตรัตนากร เป็นเจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน การศึกษา มีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. 2493