วัดพระงาม

วัดพระงาม ตั้งอยู่เลขที่ 45 ถนนหน้าโรงไฟฟ้า ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 44 ไร่ 48 ตารางวา อาณาเขต ทิศเหนือจดที่ดินการรถไฟ ทิศใต้จดถนนพญาพาน ทิศตะวันออกจดถนนหน้าโรงไฟฟ้า ทิศตะวันตกจดที่ดินเอกชน อาคารเสนาสนะประกอบด้วย อุโบสถ กว้าง 8 เมตร ยาว 21 เมตร เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ลักษณะสถาปัตยกรรมไทย ศาลาการเปรียญ กว้าง 16 เมตร ยาว 36 เมตร เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กทรงไทย 2 ชั้น มีลักษณะสถาปัตยกรรมไทย กุฏิสงฆ์ จำนวน 26 หลัง เป็นอาคารไม้สักทรงไทย 7 หลัง อาคารคอนกรีตเสริมเหล็กทรงไทย 19 หลัง วิหาร กว้าง 3.30 เมตร ยาว 6.30 เมตร เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กลักษณะทรงไทย ก่อสร้างคล้ายรูปเรือสำเภา สร้างขึ้นในสมัยอยุธยา ศาลาบำเพ็ญกุศล จำนวน 1 หลัง สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้าง 17 เมตร ยาว 26.50 เมตร

นอกจากนี้มีอาคารเสนาสนะต่าง ๆ ดังนี้ คือ หอระฆัง 1 หลัง ลักษณะสถาปัตยกรรมไทย หอสมุด 1 หลัง ลักษณะสถาปัตยกรรมไทย ศาลาฌาปนสถาน 1 หลัง โรงเรียนพระปริยัติธรรม 1 หลัง ปูชนียวัตถุ มีพระประธานประจำอุโบสถ 1 องค์ พร้อมอัครสาวก

วัดพระงาม เป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งเมื่อ พ.ศ. 2446 จากการสันนิษฐานจากซาก เจดีย์น่าจะสร้างในสมัยทวาราวดี เช่นเดียวกับองค์พระปฐมเจดีย์ พระปรางค์วัดพระประโทณเจดีย์วรวิหารและ วัดทุ่งพระเมรุ เมื่อครั้งที่สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส สมเด็จพระสังฆราชเจ้า ได้เสด็จ ตรวจเยี่ยมวัดทรงปรารถนา วัดพระงามน่าจะสร้างสมัยเดียวกับเมืองนครปฐมเป็นราชธานีชื่อ "ทวาราวดี" หรือ "ศรีวิชัย" เพราะมีโบราณวัตถุที่ขุดค้นพบในบริเวณนี้ล้วนแต่เป็นของเก่าสมัยทวาราวดีทั้งสิ้น เช่น พระพุทธรูป ศิลาหัก เสมาธรรมจักร กวางหมอบ พระพุทธรูปสำริด พระพิมพ์ดินเผา ซึ่งปัจจุบันได้เก็บรักษาอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ สถานแห่งชาติ เขตที่เรียกว่าวัดพระงาม สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงอธิบายว่าเพราะที่วัดมีพระพุทธ รูปดินเผาที่ขุดได้จากบริเวณนี้ "งามเป็นเลิศ" ภายหลังจากที่สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้ทรง ปฏิสังขรณ์องค์พระปฐมเจดีย์ ในปี พ.ศ. 2446 พระฮะ สังกัดวัดพระปฐมเจดีย์ ได้มาจำพรรษาที่วัดพระงาม ได้ ร่วมกับพระวินัยธรจุ้ย แล้วถางที่ดินภายในวัดจึงพบกุฏิโบราณ ซากเจดีย์หัก และพระพุทธรูปเก่าแก่ เนินดินนี้ สันนิษฐานว่าเป็นซากเจดีย์ที่พังหลายลงตามกาลเวลา ส่วนวิหารบนเนินดิน กรมศิลปากรได้สำรวจและ สันนิษฐานว่าเป็นวิหารที่สร้างขึ้นในสมัยอยุธยา เพราะลักษณะการก่อสร้างในสมัยนั้นที่ฐานของวิหารคล้ายรูป เรือสำเภา จากการบอกเล่าของพระแช่ม ชมมณี เล่าว่าบริเวณรอบเนินเจดีย์เป็นป่าไผ่ทึบ ด้านทิศตะวันตกเป็น ที่ฝังศพของชาวบ้าน และเคยเป็นแดนประหารนักโทษชื่อนายแดง พระฮะได้มาจำพรรษาก็เริ่มพัฒนาวัดให้เป็น ระเบียบเรียบร้อย ได้สร้างกุฏิเพิ่มขึ้นโดยปลูกกุฏิหลังเล็ก ๆ มุงด้วยแฝกประมาณ 3-4 หลัง ในครั้งนั้นมีพระจำ พรรษาอยู่ 4 - 5 รูป พระฮะได้ชักชวนราษฎรที่มีจิตศรัทธาร่วมกันสร้างอุโบสถ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ว่า "วัดโสภาพุทธาราม" แต่ไม่มีผู้นิยมเรียกชื่อดังกล่าว ต่อมากรมพระยาดำรงราชานุภาพ เทศาภิบาลมณฑล นครชัยศรี ทรงสำรวจวัดและทรงเรียกว่า "วัดพระงาม" เมื่อพระฮะได้มรณภาพลง ชาวบ้านได้นิมนต์พระปลัดมณี มาปกครองวัด เมื่อปี พ.ศ. 2452 ท่านได้เริ่มสร้างกุฏิถาวร ศาลาการเปรียญ (ปัจจุบันได้รื้อแล้ว) หอระฆัง (ปัจจุบันได้อนุรักษ์ไว้) พระปลัดมณีเป็นนักเทศน์มหาชาติ เทศน์ได้เพราะทั้งลีลาและทำนอง ซึ่งสมเด็จกรมพระ ยาดำรงราชานุภาพ ได้เคยรับสั่งให้ไปเทศน์ถวายให้ฟังในตำหนักเมืองนครปฐม (ปัจจุบันเป็นสำนักงานเทศบาล เมืองนครปฐม) มีความสามารถด้านการปกครอง เป็นที่เคารพของพระสงฆ์ในวัด ท่านได้ตั้งโรงเรียนพระปริยัติ ธรรมแผนกธรรม และดำรงตำแหน่งเจ้าคณะตำบลพระปฐมเจดีย์ ท่านได้ลาสิกขาในปี พ.ศ. 2480 ในสมัยพระ เจียร บุญรักษ์ พระจุ่น พระพร้อม ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ท่านได้บูรณะปฏิสังขรณ์เสนาสนะสงฆ์ในสมัยพระ ทองคำ ธมุมที่โป ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ท่านได้ปรับปรุงกุฏิสงฆ์ สร้างถนนคอนกรีตภายในวัด ตั้งโรงเรียน พระปริยัติธรรมแผนกบาลี เมื่อ พ.ศ. 2487 ได้นิมนต์พระเถระมาเปิดโรงเรียนพระปริยัติธรรม คือ พระอมร วาที (ปุ่น ปณุณสิริ ภายหลังได้ดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช) ท่านทองคำได้ลาสิกขา เมื่อ พ.ศ. 2492

พระจิตร จตุตมโล ได้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ได้ก่อสร้างอุโบสถหลังใหม่ขึ้นแทนหลังเก่าที่ชำรุดทรุดโทรม ได้รับ พระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2505 ต่อมาในปี พ.ศ. 2512 พระจิตรได้ลาสิกขาออก จากตำแหน่งเจ้าอาวาสเพราะสุขภาพไม่แข็งแรง ในช่วงปี พ.ศ. 2512 - 2527 พระราชปัญญาภรณ์ ได้มารักษา การเจ้าอาวาสวัดพระงาม ได้พัฒนาและก่อสร้างเสนาสนะ โดยสร้างศาลาการเปรียญ สร้างโรงเรียนพระปริยัติ ธรรม สร้างชุ้มประตูด้านติดคลองเจดีย์บูชา เมื่อปี พ.ศ. 2514 สร้างกุฏิเรือนไทย 2 ชั้น จำนวน 12 หลัง และสร้างศาลาบำเพ็ญกุศล ปรับปรุงเสนาสนะต่าง ๆ ให้เป็นระเบียบและสวยงาม ในปี พ.ศ. 2527 พระมหา โสภา เขมสรโณ ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ได้สืบสานแนวทางพัฒนาวัดต่อจากพระราชปัญญาภรณ์ ได้บูรณะ อุโบสถและศาลาการเปรียญ สร้างหอระฆัง ก่อสร้างกุฏิเรือนไทนครึ่งตึกครึ่งไม้ บูรณะวิหารมณฑปบนเนินดิน จัดให้มีสวนหย่อม ก่อสร้างกำแพงวัด ส่งเสริมการศึกษาของภิกษุสามเณร และก่อตั้งกองทุนเพื่อการศึกษา วัด พระงามตั้งอยู่ศูนย์กลางของตัวเมืองนครปฐม เป็นวัดที่มีความสวยงาม ร่มรื่น อีกทั้งเป็นแหล่งศึกษา สถาปัตยกรรมไทยแก่อนุชนรุ่นหลัง เป็นวัดที่มีส่วนช่วยเหลือสังคม โดยจัดตั้งทุนสงเคราะห์แก่นักเรียนระดับชั้น ประถมและชั้นมัธยม บริจาคอุปกรณ์เครื่องใช้ด้านการศึกษาแก่นักเรียนและยังได้ส่งสิ่งของเครื่องใช้ไปช่วยผู้ ประสบภัย บริจาคปัจจัยบำรุงโรงพยาบาลสงฆ์และโรงพยาบาลโรคเรื้อน อีกทั้งยังบริจาคเงินสมทบทุนมูลนิธิสาย ใจไทย พระมหาโสภา เขมสรโณ ท่านเป็นพระนักพัฒนาและยังเป็นพระนักสังคมสงเคราะห์ในรูปเดียวกัน สร้าง ความศรัทธาแก่พุทธศาสนิกชนโดยทั่วไป ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2505 การบริหารและการปกครอง มีเจ้าอาวาส เท่าที่ทราบนาม คือ รูปที่ 1 พระวินัยจุ้ย รูปที่ 2 พระฮะ รูปที่ 3 พระปลัดมณี รูปที่ 4 พระเจียร รูปที่ 5 พระจุ่น รูปที่ 6 พระพร้อม รูปที่ 7 พระทองคำ ธมฺมทีโป รูปที่ 8 พระพ่วง รูปที่ 9 พระจิตร จตุตมโล รูปที่ 10 พระราชปัญญาภรณ์ พ.ศ. 2512 - 2527 รูปที่ 11 พระมหา โสภา เขมสรณ พ.ศ. 2527 - ปัจจุบัน การศึกษา มีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. 2452