วัดจุฬามณี
วัดจุฬามณี ตั้งอยู่เลขที่ 93 ถนนสมุทรสงคราม - บางแพ ตำบลบางข้าง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 26 ไร่ 51 ตารางวา โฉนดที่ดินเลขที่ 831121 และ 54142 อาคารเสนาสนะ ประกอบด้วย อุโบสถ กว้าง 40 เมตร ยาว 80 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2511 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กทรงจตุรมุข ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง
ศาลาการเปรียญ กว้าง 15 เมตร ยาว 22 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2472 เป็นอาคารไม้ทรงไทย หอสวดมนต์ เป็นอาคารไม้ทรงไทย กุฏิสงฆ์ จำนวน 7 หลัง เป็นอาคารไม้ 1 หลัง ครึ่งตึกครึ่งไม้ 6 หลัง ศาลาอเนกประสงค์ กว้าง 10.5 เมตร ยาว 21.5 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2537 เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ทรงไทย ศาลาบำเพ็ญกุศล จำนวน 1 หลัง สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก นอกจากนี้ยังมี สำนักงานมูลนิธิหลวงพ่อเนื่อง เป็นอาคารทรงไทย 2 ชั้น 1 หลัง ศาลาประดิษฐานสรีระพระเนื่อง โกวิโท เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ทรงไทย 2 ชั้น 1 หลัง ปูชนียวัตถุ มีพระประธานประจำอุโบสถ 1 องค์ พร้อมพระอัครสาวก
วัดจุฬามณี ตั้งเมื่อ พ.ศ. 2293 เป็นวัดเก่าแก่โบราณ มีความสำคัญต่อราชวงศ์จักรี ฝ่ายราชนิกุล (ตระกูลบางช้าง) เดิมชื่อ "แม่เจ้าทิพย์" ตามประวัติกล่าวว่า วัดนี้สร้างในสมัยพระเจ้าปราสาททอง มีกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ตามประวัติกล่าวว่าท่านท้าวแก้วผลึก (น้อย) ธิดาของท่านพลายซึ่งเป็นนายตลาด บางช้าง มีหน้าที่เก็บภาษีอากรขนอนตลาด มีทรัพย์สมบัติขั้นเศรษฐีได้สร้างวัดจุฬามณี ได้รับความอุปถัมภ์จาก อุบาสกและอุบาสิกา ซึ่งต่อมาภายหลังเป็นต้นราชวงศ์จักรี ต่อมาสภาพวัดได้ถูกธรรมชาติทำลายสิ่งก่อสร้าง ไปเกือบหมดสิ้น เหลือเพียงอุโบสถหลังเก่าที่ท่านเศรษฐีทอง เศรษฐีสั้นมาถือศีลรักษาอุโบสถ ต่อมาได้ถูกรื้อทิ้ง ไปเพราะปรักหักพัง วัดจุฬามณีได้เคยเจริญรุ่งเรืองเพราะมีเจ้าอาวาสผู้มีสติปัญญาปราดเปรื่องนามว่า
"พระเนื่อง" ท่านเชี่ยวชาญทางหนังสือขอมและด้านกัมมัฏฐาน มีญาติโยมส่งลูกหลานเข้ามาเรียนด้วยเป็นจำนวนมาก ต่อมา ท่านได้ถึงแก่มรณภาพ วัดจุฬามณีเกือบจะเป็นวัดร้างมีพระจำพรรษาอยู่ไม่กี่รูป สภาพวัดทรุดโทรมเป็นส่วนใหญ่ ต่อมาในสมัยพระแช่ม โสพส ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสได้ทำการบูรณะและก่อสร้างเสนาสนะสงฆ์ขึ้นมาใหม่ เพื่อใช้เป็นที่พักสงฆ์และบำเพ็ญกุศล ท่านได้มรณภาพลงเมื่อ พ.ศ. 2489 ต่อมาในสมัยพระครูโกวิทสมุทรคุณ ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ท่านได้ดำเนินการก่อสร้างอุโบสถหลังใหม่ในวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2511 สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก (จวน อุฏฐายี) ได้เสด็จมาประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ พระเนื่องได้ดูแล และปฏิสังขรณ์ จนเป็นศาสนสถานอันร่มรื่น มีอุโบสถจตุรมุขหินอ่อน 3 ชั้น ต่อมาพระเนื่องได้ละสังขาร พระอิฏฐ์ ภทุทจาโร ได้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสรูปต่อมาท่านได้จัดตั้งมูลนิธิ "หลวงพ่อเนื่อง" นำดอกผลมา บำรุงสงฆ์และพัฒนาวัด ได้สานงานก่อสร้างอุโบสถของพระเนื่องจนแล้วเสร็จ ปูพื้นอุโบสถด้วยหินหยก จากประเทศปากีสถาน บานหน้าต่างแกะสลักเป็นลายไทยและนิทานชาดก นอกจากนั้นยังแกะสลักภาพตรา พระราชลัญจกรประจำรัชกาลที่ 1-9 ท่านพระครูโสภิตวิริยาภรณ์ เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน ได้ตระหนักถึงคุณค่า ของจิตรกรรมฝาผนังและเพดานอุโบสถเพื่อให้ศาสนิกชนใฝ่ใจในธรรมะและเป็นการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ของชาติซึ่งเป็นศิลปะแบบอยุธยาผสมผสานกับแบบรัตนโกสินทร์ ภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในอุโบสถ ประกอบ ไปด้วย ภาพเขียนชุดไตรภูมิกถา ภาพเขียนชุดยมกปาฏิหาริย์ก่อนเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ภาพเขียนชุด เชิญพระโพธิสัตว์มาจุติ ภาพเขียนชุดเทพชุมนุม ภาพเขียนชุดพุทธประวัติ ภาพเขียนลายดอกไม้ วัดจุฬามณีได้ รับการพัฒนามาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2515 เขตวิสุงคามสีมา กว้าง 40 เมตร ยาว 80 เมตร การบริหารและการปกครอง มีเจ้าอาวาส เท่าที่ทราบนาม คือ รูปที่ 1 พระอิน รูปที่ 2 พระเนื่อง รูปที่ 3 พระแป๊ะ รูปที่ 4 พระปาน รูปที่ 5 พระอ่วม รูปที่ 6 พระนุ่ม รูปที่ 7 พระแช่ม รูปที่ 8 พระครูโกวิทสมุทรคุณ (เนื่อง โกวิท) พ.ศ. 2490 - 2530 รูปที่ 9
พระครูโสภิตวิริยาภรณ์ พ.ศ. 2532 - ปัจจุบัน การศึกษา มีศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัด เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. 2536