วัดไชนาวาส
วัดไชนาวาส ตั้งอยู่เลขที่ ๒๑๙ ถนนประชาธิปไตย ตำบลท่าพี่เลี้ยง อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๓๓ ไร่ ๑ งาน ๘๘ ตารางวา โฉนดที่ดินเลขที่ ๓๓๐ และ ๑๐๖๓๗ อาณาเขต ทิศเหนือ จดโรงเรียนสหวิทย์พณิชยการ ทิศใต้ จดหมู่บ้านประชาชน ทิศตะวันออก จดโรงเรียนเทศบาล ๓ วัดไชนาวาส ทิศตะวันตก จดแม่น้ำท่าจีน มีที่ธรณีสงฆ์ จำนวน ๑ แปลง เนื้อที่ ๑๗ ไร่ ๔๔ ตารางวา โฉนดที่ดินเลขที่ ๑๕๕ และ ๘๔๑๒ อาคารเสนาสนะ ประกอบด้วย อุโบสถ กว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๒๔ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๗ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก มีภาพพุทธประวัติตามฝาผนัง ศาลาการเปรียญ กว้าง ๒๐ เมตร ยาว ๔๐ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๐ เป็นอาคารไม้สักทรงไทย หอสวดมนต์ กว้าง ๑๔ เมตร ยาว ๓๐ เมตร สร้างเมื่อ ๑๕๘
พ.ศ. 2492 เป็นอาคารไม้สักทรงไทย กุฏิสงฆ์ จำนวน 14 หลัง เป็นอาคารไม้ 10 หลัง ครึ่งตึกครึ่งไม้ 4 หลัง วิหาร กว้าง 7 เมตร ยาว 11 เมตร เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก สร้างเมื่อ พ.ศ. 2468 ศาลาอเนกประสงค์ กว้าง 22 เมตร ยาว 22 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2540 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ทรงไทยประยุกต์ (ศาลาพระครูสุนาทธรรมคุณ) ศาลาธรรมสังเวช (มะลิ-ประทีป ไกรคุณาศัย) ทรงไทยประยุกต์ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้าง 20 เมตร ยาว 29 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2537 และศาลาธรรมสังเวช (ศาลาไกร- คุณาศัย) ศาลา 2-3-4 ติดต่อกัน กว้าง 13.30 เมตร ยาว 36 เมตร และศาลา 5 กว้าง 10 เมตร ยาว 10 เมตร สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก สร้างเมื่อ พ.ศ. 2542 ปูชนียวัตถุมี พระประธานประจำอุโบสถ และวิหาร ประดิษฐานพระพุทธไชยมงคล (หลวงพ่อโต) กว้าง 13.70 เมตร ยาว 18 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2528 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ฝาผนัง มีภาพพุทธประวัติ (หลวงพ่อโต สร้างเมื่อ พ.ศ. 2500) นอกจากนี้ อาคารมณฑป ประดิษฐาน รูปหล่อเหมือนพระครูสมณการพิสิฐ (หลวงพ่อท้วม) ฐานกว้าง 15 เมตร ยาว 15 เมตร มณฑปกว้าง 3 เมตร ยาว 9 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2530
วัดไชนาวาส ตั้งเมื่อ พ.ศ. ๑๘๙๐ ได้เป็นวัดร้างเป็นเวลานาน ทำให้ปูชนียสถาน และ ปูชนิวัตถุ ได้แก่ อุโบสถ วิหาร เจดีย์ ชำรุดทรุดโทรม ถูกปกคลุมด้วยต้นไม้ ประมาณปี พ.ศ. ๒๓๙๔ มีพระภิกษุพูนได้เข้ามาจำพรรษาในวัดนี้ และได้ร่วมแรงร่วมใจกับชาวบ้าน บูรณะปรับปรุงให้เป็นวัดขึ้นมาอีกครั้ง โดยก่อสร้างที่พักสงฆ์ กุฏิ พอพักอาศัยได้ และบูรณะ อุโบสถที่ชำรุดหักพัง แต่ยังมีพระประธานอยู่ ได้บูรณะจนสามารถทำสังฆกรรมได้ หลังจาก พระพูนมรณภาพแล้ว เจ้าอาวาสลำดับต่อมาได้บูรณะและก่อสร้างถาวรวัตถุอย่างต่อเนื่อง ประมาณปี พ.ศ. ๒๔๕๖ พระครูสมณการพิสิฐ (หลวงพ่อท้วม) เป็นเจ้าอาวาส ได้บูรณะก่อสร้าง ครั้งสำคัญ ดังที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน ที่สำคัญคือ พ.ศ. ๒๔๖๗ สร้างอุโบสถขึ้นใหม่ พ.ศ. ๒๔๙ ได้รับบริจาคที่ดิน จำนวน ๒ ไร่ ๓ งาน ๒๘ ตารางวา พ.ศ. ๒๔๙๐ ได้รับบริจาคที่ดิน เป็นที่ธรณีสงฆ์ จำนวน ๑๗ ไร่ ๘๔ ตารางวา พ.ศ. ๒๔๙๑ ได้รับบริจาคที่ดินเป็นที่ธรณีสงฆ์ จำนวน ๔ ไร่ ๒ งาน พ.ศ. ๒๔๙๒ ได้รับบริจาคที่ดินเป็นที่ธรณีสงฆ์ จำนวน ๒ ไร่ ๑ งาน พ.ศ. ๒๕๐๔ ได้สร้างฌาปนสถาน และรับบริจาคที่ดิน จำนวน ๓ งาน ๖๒ ตารางวา พ.ศ. ๒๕๐๕ สร้างกำแพงคอนกรีต ยาวประมาณ ๑๐๐ เมตร ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา
เมื่อ พ.ศ. ๑๙๒๐ เขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๑๕.๕๐ เมตร ยาว ๒๓.๗๐ เมตร การบริหารและ การปกครอง มีเจ้าอาวาสเท่าที่ทราบนาม คือรูปที่ ๑ พระพูน รูปที่ ๒ พระโพธิ รูปที่ ๓ พระครูโพธาภิรัต (พระสอน) รูปที่ ๔ พระครูสมณการพิสิฐ (พระท้วม) รูปที่ ๕ พระผ่อน ธัญญกาโย รูปที่ ๖ พระต่วน (รักษาการเจ้าอาวาส) รูปที่ ๗ พระภัทรมุนี (ผล ภททิโย) รูปที่ ๘ พระครูสุนาถธรรมคุณ (จรูญ รุจิธมฺโม) พ.ศ. ๒๕๑๓ ถึงปัจจุบัน การศึกษา มีโรงเรียน พระปริยัติธรรมแผนกธรรม เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๖