วัดเจษฎาราม
วัดเจษฎาราม เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่เลขที่ 153 ถนนเจษฎาวิถี ตำบลมหาชัย อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ 57 ไร่ 1 งาน 53 ตารางวา อาณาเขต ทิศเหนือ จดคลองมหาชัย ทิศใต้ จดที่ดินเอกชน ทิศตะวันออกและทิศตะวันตก มีคลองกระเจ็ดกันเป็นเขตแดน อาคารเสนาสนะ ประกอบด้วย พระอุโบสถ กว้าง 8 เมตร ยาว 12 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2440 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก มีภาพจิตรกรรมฝาผนัง เรื่องพุทธประวัติ ศาลาการเปรียญ กว้าง 14 เมตร ยาว 30 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2470 เป็นอาคารไม้ หอสวดมนต์ กว้าง 12 เมตร ยาว 32 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2512 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 ชั้น กุฏิสงฆ์ จำนวน 14 หลัง เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ วิหาร กว้าง 4.5 เมตร ยาว 13 เมตร เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ สร้างเมื่อ พ.ศ. 2493 ศาลาอเนกประสงค์ กว้าง 20 เมตร ยาว 30 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2518 เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ศาลาบำเพ็ญกุศล จำนวน 3 หลัง สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก นอกจากนี้มีอาคารเสนาสนะต่างๆ ดังนี้ คือ หอพระไตรปิฎก 2 ชั้น อาคารเรียนพระปริยัติธรรม 2 ชั้น อาคารเรียนกรรมฐาน อาคารเรียนพุทธศาสนา วันอาทิตย์ อาคารห้องสมุด ศาลาราย 2 หลัง ศาลาพักผ่อน 3 หลัง ศาลาท่าน้ำ 2 หลัง หอกลอง หอระฆัง ศาลาฌาปนสถาน 3 หลัง ฌาปนสถาน และโรงครัว ปูชนียวัตถุมี (1) พระพุทธปฏิมาประธานประจำพระอุโบสถ ปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง 3 ศอกเศษ ลงรักปิดทอง ชาวบ้านเรียกว่า "หลวงพ่อโต" สร้างเมื่อ พ.ศ. 2439 โดยมีพระอธิการยา เป็นประธานจัดสร้าง และมีพระโมคคัลลาน์-พระสารีบุตร (2) พระพุทธรูปยืนปางถวายเนตร ลงรักปิดทอง สูง 6 ศอก ประดิษฐานหน้าพระอุโบสถ พระครูมหาชัยบริรักษ์ เป็นประธานจัดสร้าง พ.ศ. 2488 (3) รอยพระพุทธบาทจำลอง ขนาดกว้าง 1.5 เมตร ยาว 4 เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. 2494 (4) รูปหล่อพระครูมหาชัยบริรักษ์ (เชย ญาณวฑฒโน) อดีตเจ้าอาวาส ทางวัดจัดให้มีงานบำเพ็ญกุศลถวายในวันแรม 11 ค่ำ เดือน 5 เป็นประจำทุกปี (5) ต้นพระศรี-มหาโพธิ เป็นต้นที่สืบเนื่องมาจากต้นพระศรีมหาโพธิตรัสรู้ที่พุทธคยา ประเทศอินเดีย สมเด็จพระสังฆราช (ปุ่น ปุณฺณสิริ) วัดพระเชตุพนฯ เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่สมเด็จพระวันรัต เป็นประธานปลูก เมื่อ พ.ศ. 2514
วัดเจษฎาราม ตั้งเมื่อ พ.ศ. ๒๔๐๑ เดิมเป็นวัดร้างมาก่อน โดยมีเนินดินซึ่งอยู่ ทางด้านทิศตะวันออก เป็นที่ตั้งพระอุโบสถเก่า ปัจจุบันได้ปรับพื้นที่เป็นที่ราบไปหมดแล้ว ก่อนที่ จะกลายสภาพเป็นวัดร้างนั้น ไม่ปรากฏหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการสร้างวัดในครั้งแรกแต่อย่างใด
ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๐๑ เป็นปีที่ ๘ ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระอาจารย์น่วม พระภิกษุจากวัดแสมดำ (ปัจจุบันอยู่ในแขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร) พร้อมด้วยคหบดีตำบลมหาชัยซึ่งเป็นพี่น้องกัน คือ นายแฟบ นางน้อย และนางอิ่ม และชาวบ้านได้ร่วมใจกันทำการก่อสร้างวัดขึ้นใหม่ มีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่ตลอดมา
จนถึงปัจจุบันเป็นเวลาประมาณ ๑๔๐ ปี และได้ขนานนามว่า "วัดธรรมสังเวช" แต่ประชาชน นิยมเรียกว่า "วัดกระเจ็ด" ตามชื่อคลองกระเจ็ด ซึ่งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของวัด ในราวปีวอก พ.ศ. ๒๔๓๙ เจ้าจอมมารดาโหมด (เจ้าจอมมารดาของกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระองค์เจ้าหญิง อรอนงค์อรรถยุพา และกรมหมื่นไชยาศรีสุริโยภาส) ในรัชกาลที่ ๕ ได้เดินทางมายังตำบลมหาชัย และพักแรมอยู่บริเวณวัดนี้ ท่านเจ้าจอมมารดาโหมดได้ขนานนามวัดให้ใหม่ เปลี่ยนจาก "วัดธรรมสังเวช" ให้มีนามว่า "วัดเจษฎาราม" ใช้มาจนตราบเท่าทุกวันนี้ แต่ประชาชนทั่วไป ยังมีนิยมเรียกกันว่า "วัดกระเจ็ด" อยู่ตลอดมาเหมือนกัน
วัดเจษฎารามเป็นสถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำศักดิ์สิทธิ์ ทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวฯ ณ มณฑลพระราชพิธีที่ท้องสนามหลวง เมื่อวันเสาร์ที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๐ เนื่องในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ รอบ ในอดีตทางราชการได้ใช้สถานที่ วัดนี้หล่อรูปพันท้ายนรสิงห์ และได้เชิญไปประดิษฐาน ณ ที่ตั้งศาลอยู่ที่ตำบลโคกขามเดิม อันเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์ ครั้งสมเด็จพระศรีสรรเพชญที่ ๘ (พระเจ้าเสือ) เสด็จเมืองสาครบุรี วัดเจษฎาราม เป็นวัดที่ราษฎรสร้างขึ้นแต่มีความสำคัญด้วยเป็นสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนา ของทางราชการจังหวัดสมุทรสาคร มีโอกาสได้รับเสด็จพระบรมวงศานุวงศ์ สมเด็จพระสังฆราช ได้ต้อนรับพระมหาเถระที่มาเยี่ยมเยียนหลายรูป นอกจากนี้ยังมีโรงเรียนพระปริยัติธรรม เป็นสนามสอบพระปริยัติธรรมสนามหลวงแผนกธรรมและแผนกบาลีประจำจังหวัดสมุทรสาคร และดำเนินกิจกรรมในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา รวมทั้งกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์และสังคม สงเคราะห์หลายประการ ด้วยคุณสมบัติของการเป็นวัดที่ช่วยเชิดชูพระพุทธศาสนา ให้เจริญ รุ่งเรืองสมควรได้รับเกียรติยกย่องเป็นพิเศษ กระทรวงศึกษาธิการจึงขอพระราชทานยกฐานะ ขึ้นเป็นพระอารามหลวง และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกวัดเจษฎารามขึ้นเป็น พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญตั้งแต่วันที่ ๑๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๑ เป็นวัดพัฒนา ตัวอย่าง ประจำปี ๒๕๑๖ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. ๒๔๐ เขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๔๐ เมตร ยาว ๘๐ เมตร มีเจ้าอาวาสปกครองติดต่อกันมาจนถึงปัจจุบันรวม ๖ รูป คือ รูปที่ ๑ พระอธิการน่วม ปกครองตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๐๑-๒๔๑๘ รูปที่ ๒ พระอธิการยา ปกครองตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๒๔-๒๔๔๙ รูปที่ ๓ พระอธิการบัว จงทรงสี ปกครองตั้งแต่ ๑๖
พ.ศ. ๒๔๕๐-๒๔๖๒ และเป็นเจ้าคณะหมวด (เจ้าคณะตำบล) มหาชัย รูปที่ ๔ พระครู มหาชัยบริรักษ์ (เชย ญาณวฑุฒโน) ปกครองตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๖๒-๒๕๐ และเป็นเจ้าคณะ ตำบลมหาชัย และเจ้าคณะอำเภอเมืองสมุทรสาคร (ลาออกจากตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๔ เนื่องจากสุขภาพไม่แข็งแรง) รูปที่ ๕ พระสาครธรรมคณี (ชะวร โอภาโส ป.ธ.๔ น.ธ.เอก) ปกครองตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๑-๒๕๓๕ และเป็นรองเจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาครเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๑ เป็นเจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาครเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๗ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นราช ที่พระราชสาครมุณี ศรีกิจจานุกิจจาทร มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๐ รูปที่ ๕ พระครูสาครเจษฎานุยุต (พิเชษฐ ธมฺมธโร) ปกครอง ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๓๖ จนถึงปัจจุบัน การศึกษา มีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม เปิดสอน เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๐ โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกบาลี เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๓ และศูนย์ศึกษา พระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๐