วัดดงสัก

วัดดงสัก ตั้งอยู่เลขที่ ๑๐๘ บ้านดงสัก หมู่ที่ ๔ ตำบลพงตึก อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๓๖ ไร่ ๒ งาน ๗๗ ตารางวา มีที่ธรณีสงฆ์ จำนวน ๒ แปลง เนื้อที่ ๑๒ ไร่ ๓ งาน ๗๐ ตารางวา โฉนดที่ดินเลขที่ ๔๐๘๘๗ และ ๒๕๔๘๘ อาคารเสนาสนะ ประกอบด้วย อุโบสถ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ศาลา- การเปรียญหลังที่ ๑ กว้าง ๑๓ เมตร ยาว ๒๖ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๐ เป็นอาคาร ครึ่งตึกครึ่งไม้ ๒ ชั้น หลังที่ ๒ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ๒ ชั้น หอสวดมนต์ กว้าง ๑๑ เมตร ยาว ๒๑.๓๐ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๒ เป็นอาคารไม้ กุฏิสงฆ์ จำนวน ๗๔ หลัง เป็นอาคารไม้ ๙ หลัง ครึ่งตึกครึ่งไม้ ๔ หลัง และตึก ๖๑ หลัง วิหาร กว้าง ๔.๘๐ เมตร ยาว ๖๓.๘๐ เมตร เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก (วิหารคตศาลารายรอบอุโบสถ) ศาลาอเนกประสงค์ กว้าง ๙.๕ เมตร ยาว ๑๔.๐๐ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๓ เป็นอาคาร คอนกรีตเสริมเหล็ก ศาลาบำเพ็ญกุศล จำนวน ๑ หลัง สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก นอกจากนี้มีอาคารเสนาสนะต่างๆ ดังนี้ คือ อาคารศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ ห้องสมุด โรงครัว ห้องอบสมุนไพร หน่วย อ.ป.ต. และอาคารศูนย์บำบัดยาเสพติด ปูชนียวัตถุมี พระประธาน ประจำอุโบสถหลังเก่า ปางมารวิชัย สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๙๕ พระพุทธรูปประดิษฐานที่หอสวดมนต์ ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง ๕๐ นิ้ว เนื้อทองเหลือง จำนวน ๒ องค์ สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๙ พระพุทธรูปยอดธง เนื้อทองสำริดศิลปะสมัยสุโขทัย หน้าตักกว้าง ๑๔ นิ้ว ได้มาเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗ และเทวรูปนารายณ์สี่กร เนื้อศิลา สูง ๘๐ เซนติเมตร ชาวบ้านขุดได้เมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๔

วัดดงสัก ตั้งเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๕ เดิมวัดตั้งอยู่ในเนื้อที่ ๒ ไร่ ๒ งาน ซึ่งหลวงพ่อชม เป็นพระที่มาจากวัดกลางวังเย็น อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี ท่านได้ร่วมมือกับชาวบ้าน สวนกล้วย อู่ตะเภา ดงสัก พงตึก ท่าหว้า วังทอง โดยมีนายบุตร เหล่าจันทร์ นายขันธ์ ใจนุ่ม หลวงสรรค์เทพกิจ นางแช่ม เชยงาม นางเฉื่อย มีจีนสุด และนายมงคล กีพานิช ได้เริ่ม ก่อสร้างวัดเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๒ โดยได้สร้างกุฏิ ๒ หลัง ศาลาการเปรียญ ๑ หลัง หลังจากนั้น ท่านได้เดินธุดงควัตร และไม่ได้กลับมาอีก ต่อมา พ.ศ. ๒๔๘๐ ชาวบ้านได้นิมนต์พระอธิการหมั่น อาจิณุโณ จากวัดคร้อพนั้นมาเป็นเจ้าอาวาส ได้ย้ายกุฏิมาสร้างใหม่จำนวน ๓ หลัง ก่อสร้าง หอสวดมนต์ ๑ หลัง อุโบสถ ๑ หลัง ศาลาการเปรียญไม้สัก ๑ หลัง โรงเรียนชั้นประถม ๑ หลัง ต่อมา พ.ศ. ๒๕๑๙ พระครูจริยาภิรัต เป็นเจ้าอาวาส ได้ก่อสร้างศาลาการเปรียญ ๒ ชั้น ศาลาบำเพ็ญกุศล พ.ศ. ๒๕๒๐ ได้บูรณะซ่อมแซมกุฏิ และพ.ศ. ๒๕๒๙ ทำการก่อสร้าง สะพานข้ามแม่น้ำแม่กลอง ยาว ๒๐๐ เมตร กว้าง ๗ เมตร ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๒ เขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๓๐ เมตร ยาว ๔๐ เมตร การบริหารและการปกครอง มีเจ้าอาวาสเท่าที่ทราบนาม คือรูปที่ ๑ พระชม พ.ศ. ๒๔๗๕-๒๔๘ รูปที่ ๒ พระครูรุกิจวิริยากร พ.ศ. ๒๔๘๐-๕๑๘ รูปที่ ๓ พระครูจริยาภิรัต พ.ศ. ๒๕๑๙- ปัจจุบัน การศึกษา มีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๐ และ ศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัด เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๖