วัดอ่างทอง
วัดอ่างทอง ตั้งอยู่เลขที่ ๔๕ หมู่ที่ ๑๑ ตำบลบางยาง อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๒๘ ไร่ ๒๔ ตารางวา โฉนดที่ดินเลขที่ ๒๒๙๓ อาณาเขต ทิศเหนือ จดที่ดินเอกชน ทิศใต้ จดแม่น้ำท่าจีน ทิศตะวันออก จดที่ดินเอกชน ทิศตะวันตก จดคลองสาธารณะ มีที่ธรณีสงฆ์ จำนวน ๓ แปลง เนื้อที่ ๒๐ ไร่ ๓ งาน ๙๗ ตารางวา โฉนดที่ดินเลขที่ ๒๒๙๔, ๒๒๙๕ และ ๒๐๕๕ อาคารเสนาสนะ ประกอบด้วย อุโบสถ กว้าง ๘ เมตร ยาว ๒๘ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๙ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ศาลาการเปรียญ กว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๒๘ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๐ เป็นอาคารไม้ทรงไทย หอสวดมนต์ กว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๔๔ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๓ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ทรงไทยประยุกต์ ๒ ชั้น กุฏิสงฆ์ จำนวน ๑๕ หลัง เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ ศาลาอเนกประสงค์ กว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๓๐ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๒ เป็นอาคารไม้ทรงไทย ศาลาบำเพ็ญกุศล จำนวน ๒ หลัง สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก นอกจากนี้มีอาคารเสนาสนะต่างๆ ดังนี้ คือ ฌาปนสถาน ๑ หลัง ศาลาพักร้อน ๘ หลัง ศาลารับรอง ๒ หลัง โรงครัว ๒ หลัง หอกลอง ๑ หลัง หอระฆัง ๑ หลัง และวิหารคด ๑ หลัง ปูชนียวัตถุมี พระประธานประจำอุโบสถ ปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง ๒ เมตร สูง ๓ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๙ พระพุทธรูปปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง ๒๘ นิ้ว ๓ องค์ เนื้อทองสำริด และพระพุทธรูป ขนาดหน้าตักกว้าง ๒๘ นิ้ว ๓ องค์
วัดอ่างทอง ตั้งเมื่อ พ.ศ. ๒๔๐๔ ไม่ปรากฏหลักฐานนามผู้สร้างและผู้บริจาคที่ดิน ที่มาของชื่อวัดตามตำนานกล่าวว่าพื้นที่ดังกล่าวมีต้นไม้ใหญ่ ๑ ต้น และจำเป็นจะต้องโค่น ต้นไม้นี้เพื่อใช้สถานที่สร้างวัด ในยามค่ำคืนก่อนที่จะทำการโค่นต้นไม้นี้ ได้เกิดปรากฏการณ์มหัศจรรย์ เกิดแสงประหลาดพวยพุ่งขึ้นจากพื้นดิน สูงคล้ายดอกไม้เพลิงสว่างโชติช่วง ตามโบราณกล่าวว่าทรัพย์แผ่นดินเคลื่อนที่ จึงสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นทอง ซึ่งเป็นทรัพย์แผ่นดินที่ฝังอยู่ และเคลื่อนที่ไปอยู่ที่อื่น เมื่อสร้างวัดเสร็จชาวบ้านจึงตกลงกันตั้งชื่อวัดว่า "วัดอ่างทอง" อีกนัยหนึ่ง บริเวณสถานที่ที่สร้างวัดมีรูปลักษณะคล้ายอ่าง โดยมีแม่น้ำท่าจีนล้อมรอบอยู่ จึงได้ชื่อวัดดังกล่าว วัดอ่างทองได้รับการบูรณะและพัฒนามาโดยตลอด ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๘ เขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๓๐ เมตร การบริหารและการปกครอง มีเจ้าอาวาสเท่าที่ทราบนาม คือรูปที่ ๑ พระยา รูปที่ ๒ พระสงวน รูปที่ ๓ พระชุ่ม พ.ศ. ๒๔๕๓-๒๔๗๕ รูปที่ ๔ พระเป๊า อินทสโร พ.ศ. ๒๔๗๕-๒๔๘๖ รูปที่ ๕ พระสมบุญ พ.ศ. ๒๔๘๖-๔๙๘ รูปที่ ๖ พระเป๋า อินทสโร พ.ศ. ๒๔๙๘-๒๕๐๒ รูปที่ ๗ พระครูเก้า ธมฺมโชติ พ.ศ. ๒๕๐๒-๒๕๑๘ รูปที่ ๘ พระครูสาครวุฒิสาร พ.ศ. ๒๕๑๘-๒๕๒๘ รูปที่ ๙ พระครูสาครสุวรรณาภรณ์ พ.ศ. ๒๕๒๙-ปัจจุบัน การศึกษา มีโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกธรรม เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐ และโรงเรียนผู้ใหญ่วัด เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๐ นอกจากนี้มีโรงเรียนประถมศึกษา ตั้งอยู่ในที่ดินวัด