วัดหน้าพระธาตุ

วัดหน้าพระธาตุ ตั้งอยู่เลขที่ บ้านหน้าพระธาตุ หมู่ที่ ๑ ตำบลหน้าพระธาตุ อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๘ ไร่ ๑ งาน ๓๖ ตารางวา อาณาเขต ทิศเหนือ จดที่ดินเลขที่ ๑๒๓๒ และ ๙๘ ทิศใต้ จดถนนสาธารณะ ทิศตะวันออก จดถนนสาธารณะ และที่ดินเลขที่ ๑๔๗ ทิศตะวันตก จดที่ดินเอกชนเลขที่ ๑๘๑ มีที่ธรณีสงฆ์ จำนวน ๕ แปลง เนื้อที่ ๑๒๖ ไร่ ๕๖ ตารางวา โฉนดที่ดินเลขที่ ๓๖๒๗, ๓๖๓๕, ๖๔๒๗ และ ๑๗๑๔ อาคารเสนาสนะ ประกอบด้วย อุโบสถ กว้าง ๗ เมตร ยาว ๑๓ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๗ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก หลังคาไม้มุงกระเบื้องเกร็ดปลา ศาลาการเปรียญ กว้าง ๒๐ เมตร ยาว ๓๐ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๓ เป็นอาคาร คอนกรีตเสริมเหล็ก กุฏิสงฆ์ จำนวน ๕ หลัง เป็นอาคารไม้ ๑ หลัง ครึ่งตึกครึ่งไม้ ๔ หลัง วิหาร กว้าง ๑๘ เมตร ยาว ๒๒ เมตร เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๒ แต่ได้บูรณะขึ้นใหม่ใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ แสดงวัตถุโบราณ ศาลาอเนกประสงค์ กว้าง ๒๐ เมตร ยาว ๒๔ เมตร เป็นอาคารไม้ เสาปูน หลังคามุงกระเบื้องลูกฟูก ศาลาบำเพ็ญกุศล จำนวน ๑ หลัง สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก นอกจากนี้มีอาคารเสนาสนะต่างๆ ดังนี้ คือเมรุ กว้าง ๕ เมตร ยาว ๑๐ เมตร สร้างเสร็จ พ.ศ. ๒๕๑๖ และหอระฆัง กว้าง ๔ เมตร ยาว ๔ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๖ ปูชนียวัตถุ มีพระประธานประจำอุโบสถ ปางมารวิชัย ขนาดหน้าตัก กว้าง ๕๐ นิ้ว พระประธานประจำศาลาการเปรียญ ขนาดหน้าตักกว้าง ๕๐ นิ้ว พระโมคคัลลาน์- สารีบุตร ขนาดหน้าตักกว้าง ๒๐ นิ้ว พระประธานในวิหารปางนั่งสมาธิเพชร ขนาดหน้าตัก กว้าง ๓๐ นิ้ว สูง ๒๖ นิ้ว วัตถุโบราณ มีถ้วย ชาม และพระพิมพ์ และพระโบราณ

วัดหน้าพระธาตุ ตั้งเมื่อ พ.ศ. ๒๓๒๔ ความเป็นมาของวัดแห่งนี้ ตามคำบอกเล่าว่า เดิมที่วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ที่เนินธาตุ (พระธาตุ) ซึ่งมีอายุราวประมาณ ๑,๒๐๐-๑,๖๐๐ ปี สมัยทวารวดี ตอนต้น ต่อมาที่ตรงนั้นแล้งขาดน้ำ จึงย้ายไปตั้งวัดในที่แห่งใหม่ ซึ่งอยู่ทางทิศใต้ของพระธาตุ ประมาณ ๕ เส้น ภายในกำแพงเมืองโบราณชั้นที่สอง นับจากชั้นในปัจจุบัน จากนั้นไม่ปรากฏ หลักฐานว่าตั้งอยู่ในที่นั้นนานเท่าใด แต่คาดการณ์ว่าไม่ต่ำกว่า ๕๐ ปี ต่อมาได้เกิดน้ำท่วม วัดแห่งนี้เป็นประจำ จึงได้ย้ายขึ้นมาสร้างในเนินป่าไผ่สีสุก ซึ่งอยู่ด้านหน้าของพระธาตุ และ ๓๑๐

เป็นที่ตั้งวัดมาจนถึงปัจจุบัน และได้รับการตั้งชื่อวัดว่า "วัดหน้าพระธาตุ" ตามหลักฐานสร้างเมื่อ ประมาณ พ.ศ. ๒๓๒๔ โดยมีนายบุญ-นางนาก บุญชุ่ม เป็นผู้ถวายที่ดินให้สร้างวัด และมี หลวงปู่เพ็ง พระชาวเมืองเวียงจัน เป็นเจ้าอาวาสและพระอุปัชฌาย์ และเป็นผู้บวชให้หลวงพ่อผุย ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างอุโบสถเป็นอาคารไม้พร้อมด้วยศาลาการเปรียญ ได้รับพระราชทาน วิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๒ กันยายน พ.ศ. ๒๔๙๗ เขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๔๐ เมตร ยาว ๘๐ เมตร การบริหารและการปกครอง มีเจ้าอาวาสเท่าที่ทราบนาม คือรูปที่ ๑ พระเพ็ง รูปที่ ๒ พระผุย คงฆรตโน พ.ศ. ๒๕๐๔ รูปที่ ๓ พระองุ่น ติกุขวีโร พ.ศ. ๒๕๐๕-๒๕๑๓ รูปที่ ๔ พระทอง รูปที่ ๕ พระทองคำ กลุยาโณ พ.ศ. ๒๕๓๗ รูปที่ ๖ พระทองดี โอภาโส พ.ศ. ๒๕๓๗ รูปที่ ๗ พระมหาสมศักดิ์ พุทธสโร พ.ศ. ๒๕๓๘ การศึกษา มีโรงเรียน พระปริยัติธรรมแผนกธรรม เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๘ และโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกบาลี เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๘