วัดพลับ

วัดพลับ ตั้งอยู่เลขที่ ๑๕๔ บ้านบางกะจะ ถนนบางกะจะ หมู่ที่ ๑ ตำบลบางกะจะ อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี สังกัดคณะสงฆ์ มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๓๔ ไร่ ๑ งาน ๔๘ ตารางวา โฉนดที่ดินเลขที่ ๕๔๔๐, ๕๐๖๙, ๒๕๐๔ อาณาเขต ทิศเหนือ จด ถนนสาธารณะ ทิศใต้ จดที่เอกชน ทิศตะวันออก จดถนนชาติอนุสรณ์ ทิศตะวันตก จดถนน สาธารณะ อาคารเสนาสนะประกอบด้วย อุโบสถ กว้าง ๑๑.๘๕ เมตร ยาว ๒๐ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๕ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ศาลาการเปรียญ กว้าง ๒๐ เมตร ยาว ๓๔ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๒ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ทรงไทยประยุกต์ กุฏิสงฆ์ จำนวน ๖ หลัง เป็นอาคารไม้ ๓ หลัง ครึ่งตึกครึ่งไม้ ๓ หลัง วิหาร กว้าง ๑๑.๖๐ เมตร ยาว ๑๑.๖๐ เมตร เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ๒๕๒๖ ศาลาอเนกประสงค์ กว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๒๔ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๓ เป็นอาคารทรงไทย ศาลาบำเพ็ญกุศล จำนวน ๒ หลัง สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ๑ หลัง สร้างด้วยไม้ ๑ หลัง นอกจากนี้มีอาคารเสนาสนะต่างๆ ดังนี้ คือศาลาการเปรียญหลังเก่า หอไตร วิหารประดิษฐานพระพุทธรูปปางบำเพ็ญทุกกรกิริยา และอนุสรณ์สถานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ปูชนียวัตถุ มีพระปรางค์ ๑ องค์ พระเจดีย์ กลางน้ำ ๑ องค์ และบ่อน้ำพระพุทธมนต์ นอกจากนี้มีสมบัติอันมีค่า ได้แก่ บุคคล และ ตู้พระไตรปิฎกลายรดน้ำ วัดพลับ ตั้งเมื่อ พ.ศ. ๒๓๐๐ ได้เริ่มก่อสร้างเมื่อใดไม่ปรากฏชัด แต่สันนิษฐานว่า พระอาจารย์ทอง ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสรูปแรกเป็นผู้นำในการสร้างวัดนี้ร่วมกับพระชุดงค์ที่จาริก มาจากกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อว่าวัดสุวรรณติมพรธาราม ด้วยเหตุที่บริเวณมีต้นพลับ ชาวบ้าน ๕๗๖

จึงเรียกว่าวัดพลับ ต่อมาพระครูเขม ธมฺมทินโน เจ้าอาวาสรูปที่๑๒ ได้เปลี่ยนชื่อเป็นวัดพลับ อย่างเป็นทางการดังที่ใช้จนปัจจุบัน สาเหตุที่เปลี่ยนอาจจะเปลี่ยนตามที่ชาวบ้านเรียก และ เห็นว่าชื่อวัดเดิมยาวเกินไปเรียกยาก ส่วนเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของวัดนี้ คือพระปรางค์ สูง ๓๐ เมตร ซึ่งเป็นพระปรางค์เพียงองค์เดียว ในภาคตะวันออก ความสำคัญของวัดนี้ในอดีตใช้เป็น สถานที่ทำพิธีพุทธาภิเษก น้ำพระพุทธมนต์ เพื่อใช้ในพระราชพิธีราชาภิเษกของพระมหากษัตริย์ ราชวงศ์จักรี และตามประวัติศาสตร์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้เสด็จมาประทับแรมที่วัดนี้ ชาวบ้านจึงได้สร้างพระราชานุสาวรีย์ของพระองค์ไว้ที่วัดนี้ เพื่อประชาชนทั่วไปได้สักการะบูชา ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๓๔ เขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๒๘ เมตร ยาว ๓๔ เมตร การบริหารและการปกครอง มีเจ้าอาวาส เท่าที่ทราบนาม คือรูปที่ ๑ พระทอง พ.ศ. ๒๓๐๐-๒๓๑๘ รูปที่ ๒ พระแก่น พ.ศ. ๒๓๑๘-๒๓๓๕ รูปที่ ๓ พระกลบ พ.ศ. ๒๓๓๕-๒๓๔๙ รูปที่ ๔ พระนาค พ.ศ. ๒๓๔๙-๒๓๖๗ รูปที่ ๕ พระสุก พ.ศ. ๒๓๖๗- ๒๓๘๔ รูปที่ ๖ พระล่ำ พ.ศ. ๒๓๘๔-๒๓๙๑ รูปที่ ๗ พระเพชร พ.ศ. ๒๓๙๙-๒๔๑ รูปที่ ๘ พระสร้อย พ.ศ. ๒๔๑๓-๒๔๓ รูปที่ ๙ พระจ่าง พ.ศ. ๒๔๓๓-๒๔๔๕ รูปที่ ๑๐ พระอี้ พ.ศ. ๒๔๔๕-๒๔๙ รูปที่ ๑๑ พระลภ พ.ศ. ๒๕๙-๒๔๗๒ รูปที่ ๑๒ พระครูเขม ธมฺมทินุโณ พ.ศ. ๒๔๗๒-๒๔๘๖ รูปที่ ๑๓ พระครูพิพิธพัฒนาภรณ์ พ.ศ. ๒๔๘๖-๒๕๓๗ รูปที่ ๑๔ พระครูศรีปริยัติวิภูษิต พ.ศ. ๒๕๓๗-ปัจจุบัน การศึกษา มีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๔ โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกบาลี เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๐ และ ศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัด เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๗