วัดช้างทูน

วัดช้างทูน ตั้งอยู่เลขที่ ๓๐ บ้านช้างทูน หมู่ที่ ตำบลช้างทูน อำเภอบ่อไร่ จังหวัดตราด สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๑๘ ไร่ ๒ งาน ๖๐ ตารางวา โฉนดที่ดินเลขที่ ๓๐๖๘ อาณาเขต ทิศเหนือและทิศใต้ จดที่ดินเอกชน ทิศตะวันออก ติดถนนสาธารณะ ทิศตะวันตก จดคลองช้างทูน อาคารเสนาสนะ ประกอบด้วย อุโบสถ กว้าง < เมตร ยาว ๒๑ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๐ เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กทรงไทย ศาลา เทรเปรียญ กว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๒๐ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๗ เป็นอาคารครึ่งตึก ครึ่งไม้ทรงไทย กุฏิสงฆ์ จำนวน ๔ หลัง เป็นอาคารไม้ ๓ หลัง ครึ่งตึกครึ่งไม้ ๑ หลัง ศาลาอเนกประสงค์ กว้าง ๓ เมตร ยาว ๙ เมตร สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๒ เป็นอาคารไม้ นอกจากนี้มีอาคารเสนาสนะต่างๆ ดังนี้ คือโรงครัว ๑ หลัง เป็นอาคารไม้ สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๗ อาศัน ๑ หลัง เป็นอาคารไม้ สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๗ หอระฆัง ๑ หลัง เป็นอาคารคอนกรีต เสริมเหล็กทรงไทย สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๕ ฌาปนสถาน ๑ หลัง เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก

ทรงไทย สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๖ ห้องสุขา ๔ หลัง เป็นอาคารไม้ ปูชนียวัตถุ มีพระประธาน ประจำอุโบสถปางมารวิชัย หล่อด้วยโลหะทองเหลือง ขนาดหน้าตักกว้าง ๖ นิ้ว สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๒ พระพุทธรูปปางสมาธิ หล่อด้วยโลหะทองเหลือง ขนาดหน้าตักกว้าง ๒๕ นิ้ว ๑ องค์ พระพุทธรูปปางห้ามญาติ หล่อด้วยโลหะทองเหลือง สูง ๒๕ นิ้ว ๑ องค์

วัดช้างทูน ตั้งเมื่อ พ.ศ. ๒๓๕ เดิมชื่อวัดสว่างอารมณ์ แรกตั้งเป็นที่พักสงฆ์ ตั้งอยู่ บ้านเกาะชะอม ต่อมาได้ย้ายไปอยู่ที่เนินตาล และได้ย้ายมาตั้งอยู่ริมคลองในปัจจุบัน ในช่วง เวลานั้นมีพระบัวจำพรรษาอยู่และปกครองดูแลที่พักสงฆ์ ได้มีพระบาเรียนจัง พระธุดงค์ ได้มาช่วยสร้างพระอุโบสถเพื่อเป็นที่ทำกิจของสงฆ์ ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็นวัดช้างทูน เนื่องจาก ตั้งชื่อให้สอดคล้องกับชื่อหมู่บ้าน ที่มาของชื่อหมู่บ้านเนื่องจากในสมัยโบราณ สภาพเป็นป่า ดงดิบ มีสัตว์ป่าชุกชุม โดยเฉพาะช้าง ช้างป่าโขลงนั้นได้ตกมัน อาละวาดทำลายทรัพย์สิน และบ้านเรือนราษฎร ใช้งวงและหัวทุบบ้านเรือนของราษฎร ชาวบ้านจึงตั้งชื่อว่า "บ้านช้างทูน" นับแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ ๒๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ เขตวิสุงคามสีมา กว้าง ๔๐ เมตร ยาว ๔๐ เมตร การบริหารและการปกครอง มีเจ้าอาวาส เท่าที่ทราบนาม คือรูปที่ ๑ พระบัว รูปที่ ๒ พระเปีย รูปที่ ๓ พระเสาว์ รูปที่ ๔ พระกลม รูปที่ ๕ พระสา รูปที่ ½ พระพร้อม รูปที่ ๗ พระโป๊ย รูปที่ ๘ พระสูง รูปที่ ๙ พระสมุห์หิน รูปที่ ๑๐ พระผุด อมโร พ.ศ. ๒๔๘๕-๒๕๐๐ รูปที่ ๑๑ พระธงชัย พ.ศ. ๒๕๐๑-๒๕๐๖ รูปที่ ๑๒ พระครูพิทักษ์รัตนเขต พ.ศ. ๒๕๐๗-๒๕๔๓ รูปที่ ๑๓ พระมหานพดล การุณิโก พ.ศ. ๒๕๔๓-ปัจจุบัน การศึกษา มีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๐