วัดชลธาราสิงเห

สภาพฐานะและที่ตั้งของวัด

วัดชลธาราสิงเห เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่เลขที่ ๑๘๖ หมู่ที่ ๓ ตำบลเจ๊ะเห อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๓ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อ พ.ศ. ๒๔๒๖ ที่ดินที่ตั้งวัดมีเนื้อที่ ๕๘ ไร่ ๑ งาน ๑๓ ตารางวา ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตยกขึ้นเป็นพระอารามหลวง ตั้งแต่วันที่ ๒๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๓

วัดชลธาราสิงเห เดิมชาวบ้านเรียกว่าวัดท่าพรุหรือวัดเจ๊ะเห ตามลักษณะภูมิประเทศ เพราะเดิมมีท่าเรือตั้งอยู่เมื่อจะไปถึงท่าเรือได้ต้องเดินข้ามพรุไปก่อน และด้านหน้าวัดมีแม่น้ำที่ต่อเนื่องมาจากหมู่บ้านเจ๊ะเห สร้างโดยพระครูโอภาสพุทธคุณ (ท่านพุด) เมื่อปีวอก พ.ศ. ๒๔๐๓ ก่อนตั้งอำเภอตากใบ ๔๙ ปี โดยท่านได้เดินทางไปขอที่ดินจากพระยากสันตัน ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๑๖ ได้ก่อสร้างอุโบสถขึ้น ได้มอบให้ท่านจุ้ย วัดโคกมะเฟือง ทิดไชย วัดเกาะสะท้อน และทิดมี ชาวจังหวัดสงขลา เป็นผู้เขียนลวดลาย และภาพจิตรกรรมฝาผนังอุโบสถ ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๕๒ ขุนสมานธาตุวิสุทธิ์ (เปลี่ยน กาญจนารัณย์) มาดำรงตำแหน่งนายอำเภอตากใบเป็นคนแรก ได้มีการสร้างซุ้มประตูขึ้นและได้ตั้งชื่อวัดเป็นทางการว่า "วัดชลธาราสิงเห" คำว่า "ชลธารา" หมายถึง วัดที่ตั้งอยู่ติดกับแม่น้ำ ส่วนคำว่า "สิงเห" เป็นสมญานามของท่านพระครูโอภาสพุทธคุณ เพราะท่านเป็นผู้ทรงบารมี คนทั่วไปเกรงกลัวท่านดุจราชสีห์

ศาสนสมบัติของวัด

๑. พระอุโบสถ เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนหลังคามุงด้วยกระเบื้องเคลือบดินเผา มีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่งดงาม สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๑๖ ๒. วิหาร เป็นอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ หลังคามุงด้วยกระเบื้องลอน ๓. ศาลาการเปรียญ เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน หลังคามุงด้วยกระเบื้องลอน

๔. กุฏิหลังใหญ่ จำนวน ๓ หลัง สร้างด้วยไม้เนื้อแข็ง เสาคอนกรีต มุงด้วยกระเบื้องดินเผา และกุฏิหลังเล็ก จำนวน ๕ หลัง

๕. หอฉัน ๑ หลัง

๖. อาคารเอนกประสงค์ ๑ หลัง

๗. ศาลาบำเพ็ญกุศล ๑ หลัง

๘. ศาลาพักร้อน ๓๕ หลัง

๙. หอระฆัง ๑๐. โรงเรียนพระปริยัติธรรม ๑ หลัง ๑๑. ห้องสมุด ๑๒. ฌาปนสถาน (เมรุ) ๑๓. โรงครัว ๑ หลัง ๑๔. ห้องน้ำ-ห้องสุขา ๒ หลัง ๒๘ ห้อง

ปูชนียวัตถุที่สำคัญของทางวัด นอกจากพระอุโบสถ ซึ่งภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง พุทธประวัติ และภาพชีวิตความเป็นอยู่ของสังคมไทยสมัยนั้นซึ่งงดงามมากแล้ว ยังมีพระพุทธ ไสยาสน์ประดิษฐานในพระวิหาร ฝาผนังประดับด้วยจานชามเครื่องลายคราม และอนุสาวรีย์พระครู โอภาสพุทธคุณ (พุด) ผู้ริเริ่มในการสร้างวัดและเป็นเจ้าอาวาสรูปแรกของวัด

การศึกษาและการสาธารณสงเคราะห์ วัดชลธาราสิงเห จัดให้มีการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกธรรม ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๕๖ จนถึงปัจจุบัน

ในด้านการสาธารณสงเคราะห์ ทางวัดได้จัดตั้งกองทุนการศึกษาระดับประถมศึกษา ให้ความร่วมมือแก่ประชาชนและหน่วยงานราชการที่มาขอใช้สถานที่ของวัดเพื่อจัดกิจกรรมต่างๆ พร้อมทั้งให้ยืมวัสดุอุปกรณ์ เครื่องใช้ต่างๆ ในการจัดกิจกรรมทั้งภายในและภายนอกวัด ร่วมกับ สุขาภิบาลปรับปรุงถนนบริเวณหน้าวัด

การเผยแผ่พระพุทธศาสนา ๑. จัดให้มีการแสดงธรรมในวันธรรมสวนะตลอดปี ๒. ในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา จัดให้มีการบำเพ็ญกุศลพิเศษ เช่น เวียนเทียน ในวันมาฆบูชา วิสาขบูชา อาสาฬหบูชา ฯลฯ ๓. เป็นที่ตั้งศูนย์พระธรรมทูตอำเภอ จัดส่งพระธรรมทูตไปอบรมประชาชนทุกปี ๔. ส่งพระภิกษุไปอบรมนักเรียนทั้งระดับประถมและมัธยมศึกษา เป็นประจำทุกวันอังคาร พุธ ตลอดเทอม ๕. จัดให้มีการเผยแผ่ธรรมะผ่านทางหอกระจายข่าว วันละ ๒ เวลา คือ ภาคเช้า เวลา ๐๔.๓๐-๐๗.๐๐ น. ภาคเย็น เวลา ๑๖.๐๐-๑๙.๐๐ น. ทุกวัน

การบริหารและการปกครอง ด้านการบริหารการปกครองภายในวัด ทางวัดได้วางกฎระเบียบสำหรับพระภิกษุสามเณร ที่จำพรรษาภายในวัด เช่น ต้องทำวัตรสวดมนต์ทุกวัน ปฏิบัติตนอยู่ในสมณสารูปตามพระธรรม วินัย อยู่ในโอวาสของเจ้าอาวาสหรือพระภิกษุที่ได้รับมอบหมาย และพระภิกษุสามเณรที่อยู่ ในวัดนี้ต้องเรียนและเข้าสอบธรรมสนามหลวงทุกรูป

รายนามเจ้าอาวาสวัดชลธาราสิงเห ที่บริหารปกครองวัดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน คือ ๑. พระครูโอภาสพุทธคุณ (พุด อนุทสุวณฺโณ) ๒. พระครูนราเขตสังฆกิจ (ศรีทอง ภทุรโชโต) ๓. พระครูจันทร์ สิริจนุโท ๔. พระครูพินิจสมณการ (เสาร์ ธมฺมโชโต) ๕. พระครูชลธาราสุมน (เสาร์ ธมุมโชโต) ๖. พระครูสิทธิสารวิหารวัตร

(เงิน คงคสุวรรณ) พระครูวิมลฐาปนกิจ

(คง จนทสุวรรณ) พระครูนิวพัทธกาลัญญ

(แบน จนทสาโร) พระครูปัจจันตเขตคณารักษ์ (ยิ้ม ฐานวโร)